หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ว่าฯธปท.คา...

ผู้ว่าฯธปท.คาดจีดีพีปี60มีโอกาสโตกว่า3.2% หากเศรษฐกิจอเมริกาโตกว่าคาด ท่องเที่ยวฟื้น รัฐเร่งลงทุน เปิดแผนยุทธศาสตร์3ปี เร่งดูแล-พัฒนา3ด้าน

23.12.16 | 13:35 น.

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ คือโตในระดับ 4-5% ภายในเวลา 1-2 ปีอย่างที่รัฐบาลคาดหวังไว้หากทุกภาคส่วนสามารถปรับปรุงองค์ประกอบด้านเศรษฐกิจให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เช่น เร่งลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ประเทศในระยะยาว การยกระดับประสิทธิภาพและผลิตผลทางด้านการเกษตรที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโตในระดับ 3.2% นั้น ยังมีปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าที่คาดไว้ โดยปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจโตได้มากกว่าที่คาดคือ หากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเติบโตกว่าที่คาด หลังมีการปรับเปลี่ยนนโยบานด้านเศรษฐกิจภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐทำได้เร็วกว่าที่คาด ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น จากปีนี้ที่ราคาตกต่ำ รวมทั้งได้ผลกระทบจากภัยแล้ง และการท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว จากปี 2559 ที่มีปัจจัยหลายอย่างมากระทบในระยะสั้น ทั้งหมดนี้จะส่งผลทางบวกให้จีดีพีไทยโตมากกว่า 3.2% ได้

สำหรับปัจจัยเสี่ยงคือ นโยบายทางการค้าของประเทศสหรัฐ ซึ่งอาจมีผลต่อการกีดกันทางการค้าจะกระทบต่อตัวเลขการส่งออกของไทยได้ การเมืองระหว่างประเทศ และการเลือกตั้งสำคัญๆ ในหลายประเทศ นอกจากนี้ กระบวนการที่ประเทศอังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรปจะเริ่มขึ้นกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุน

อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2560-2562 ที่คณะกรรมการ ธปท.อนุมัติเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ได้คำนึงถึงเศรษฐกิจไทย ปัจจัยภายนอกประเทศ และความคาดหวังของสังคมในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดย ธปท.มองว่า 3 ปีต่อจากนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โครงสร้างเศรษฐกิจอยู่ในระหว่างปรับตัว ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง ทั้งเทียบกับในอดีตและเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน มีความเหลื่อมล้ำสูง หนี้ครัวเรือนสูง เงินออมยามชราไม่พอ ซึ่งถือเป็นความเปราะบางด้านการเงินอย่างหนึ่ง ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างเปราะบาง มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี นอกจากนี้ สังคมยังมีความคาดหวังต่อการทำงานของ ธปท.เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ทิศทางยุทธศาสตร์ในแผน 3 ปีจะดูแล 3 เรื่องหลัก คือ 1.เสถียรภาพ ติดตาม เท่าทัน ป้องกัน พร้อมรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ดูแลความเสี่ยงให้เหมาะสม ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและนวัตกรรม 2.การพัฒนา สนับสนุนการแข่งขันนวัตกรรม ลดต้นทุนระบบการเงิน เอื้อต่อการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงทางการเงินกับต่างประเทศ คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ส่งเสริมวินัยทางการเงิน 3.เสริมสร้างความเข้มแข็งภายในองค์กร เช่น ยกระดับการวิจัยแบบที่นำข้อมูลด้านต่างๆ มาช่วยการวิเคราะห์ เสริมสร้างให้พนักงานมีศักยภาพสูง เปิดรับฟังสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนองค์กรให้คล่องตัวทันสมัย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 จะได้เห็นการดูแลผู้บริโภคที่เข้มข้นขึ้น และจะเห็นการดูแลที่เป็นรูปเป็นร่าง และในแผน 3 ปีจะผลักดันให้เกิดการนำฐานข้อมูลมาเป็นหลักประกันเพื่อประกอบการพิจารณาในการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ การยกระดับโครงสร้างบุคลากรของ ธปท. ซึ่งปัจจุบันบุคลากรของ ธปท.มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 47 ปี และขาดแคลนกลุ่มคนอายุ 35-45 ปี นอกจากนี้ จะพัฒนาส่งเสริมให้บุคลากรใหม่และบุคลากรเดิมมีความรู้ด้านไอที เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ศึกษาเครื่องมือทางการเงินใหม่โดยศึกษาจากการดำเนินนโยบายของต่างประเทศ และนำมาปรับใช้ให้ตรงกับสภาพแวดล้อมทางการเงินของไทย ซึ่งจะเห็นเครื่องมือใหม่นี้ในปี 2560 แต่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ทันที