‘SO’ ส้มหล่น เทรนด์ตลาด Outsource โตต่อเนื่อง องค์กรรัฐ-เอกชนจ้างมืออาชีพทำแทน

22.06.23 | 18:11 น.

บมจ.สยามราชธานี รับเทรนด์ตลาด Outsource โตต่อเนื่อง องค์กรรัฐ-เอกชนจ้างมืออาชีพบริหารจัดการงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ล่าสุดคว้าสัญญาให้บริการ Outsource และ Technology แก่เครดิตบูโรต่อเนื่อง

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ให้บริการ Outsource และ Technology แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร (NCB) ในส่วนงาน Data Entry หรือพนักงานคีย์ข้อมูลบนระบบของเครดิตบูโร โดยต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ISO27001) เป็นไปตามกฎของหน่วยงานราชการและสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน เช่น แผนบรรเทาผลกระทบกรณีน้ำท่วมหรือเหตุประท้วง และพัฒนาแผนต่อเนื่องของธุรกิจร่วมกันเพื่อให้บริการของเครดิตบูโรไม่ติดขัดต่อผู้ร้องขอข้อมูล รวมทั้งได้เข้ามารับผิดชอบกระบวนการสแกนเอกสาร การบันทึกข้อมูล การตรวจสอบคำร้องขอบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ และจัดเก็บในฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบในภายหลัง

ทั้งนี้ ปริมาณเอกสารที่ทาง SO ต้องดำเนินการบริหารจัดการข้อมูลให้แก่เครดิตบูโร เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านฉบับต่อเดือน แบ่งเป็นการจัดเก็บรูปแบบหนังสือให้ความยินยอม (consent) จำนวน 1 ล้านฉบับต่อเดือน และบริการระบบการให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (e-consent) อีกจำนวน 1.5 ล้านฉบับต่อเดือน ซึ่ง SO เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ออกแบบกระบวนการ และวางแผนทีมงานในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงการอบรมพนักงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานข้อตกลงในการให้บริการว่าจะทำการรักษาระดับคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับลูกค้า (Service Level Agreement (SLA))

“SO ได้ปรับปรุงพัฒนากระบวนการในการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการส่งมอบงานต่อคน ลดเวลาทำงานและหางานแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับกระบวนการต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีหรือกระบวนการที่เหมาะสมและส่งมอบทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การขนส่ง การบริหารจัดการบุคลากร การพัฒนาระบบทั้ง Hardware, Software และ Database Management กระบวนการตรวจสอบให้แก่ลูกค้า”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงแนวโน้มของตลาด Outsource ว่าขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง หลังโควิด-19 คลี่คลาย แต่เทรนด์การว่าจ้างของผู้ว่าจ้างเปลี่ยนไปหันมาเลือกใช้บริการ Outsource มาทำงานใน Function งานที่ไม่ใช่ Core Business ของธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้ผู้ว่าจ้างไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ Function งานที่ไม่ใช่งานหลักของตัวเอง หลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ต้องมีการเลิกจ้างบางหน่วยงานอย่างฉับพลัน

Advertisement

นอกจากนี้การบริการส่งบุคลากรอย่างเดียวแบบในอดีตเริ่มไม่ตอบโจทย์การสร้าง Value ของผู้ว่าจ้างให้เพิ่มขึ้น เพราะยังมี Function งานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น งานแอดมิน หรืองานเอกสารที่ทางผู้ว่าจ้างต้องดูแลเองและสร้างค่าใช้จ่ายให้กับผู้ว่าจ้าง รวมถึงไม่สามารถจัดสรรบุคลากรไปโฟกัสธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบริการของ SO ไม่ได้เป็นบริการส่งคนเพียงอย่างเดียว แต่ให้บริการ Business Process Outsourcing โดยวางแผนการทำงานให้ทันตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้แก่ลูกค้า ให้คำปรึกษาด้าน Lean Engineering และ ให้คำปรึกษาในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐานสากล โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ

“SO เชื่อว่า การ Lean องค์กรนั้นไม่ใช่การลดจำนวนคนทำงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการ Support ผู้ว่าจ้างให้สามารถจัดสรรบุคลากรที่มีอยู่เดิมของบริษัทไป Focus ที่ Core Business เพื่อสร้าง Value และรายได้ ให้แก่ผู้ว่าจ้างมากกว่าเดิม โดย SO นำประสบการณ์ในการ Lean และ Technology Implementation องค์กรของ SO เอง มาพัฒนาเป็นบริการ Business Process Outsourcing แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ว่าจ้างสามารถ Lean Function งานต่างๆ ที่ไม่ใช่ Core Business ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด SO จึงตอบโจทย์ของผู้ว่าจ้าง สามารถนำเสนอบริการตรงตามความต้องการ และตอบสนองต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมได้”