‘อสังหา’ หวังการเมืองปลดล็อก ตั้ง รบ.ใหม่ทัน ส.ค. ชงทำ ‘แซนด์บ็อกซ์’ ดึงเศรษฐีต่างชาติซื้อบ้านหรู

‘อสังหา’ หวังการเมืองปลดล็อก ตั้งรัฐบาลใหม่ทัน ส.ค. ชงทำ ‘แซนด์บ็อกซ์’ ดึงเศรษฐีต่างชาติซื้อบ้านหรู ปลุก ศก.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจไม่กลับมาเป็นปกติจากปัจจัยภายในและภายนอกที่กดกัน ขณะที่กำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังคงเปราะบาง ยังต้องพึ่งพากำลังซื้อต่างชาติ ซึ่งเห็นด้วยตามแนวคิดของนายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย ที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาลใหม่ให้ผ่อนผันเกณฑ์มาตรการ LTV ออกไปอีกถึงปลายปี 2567 รวมถึงอยากให้ขยายการลดหย่อนอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีกหรือเก็บเป็นขั้นบันได เช่น ปี 2567 ลด 25% และเก็บตามปกติในปี 2568 หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่

ส่วนการปลดล็อกให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้เพื่อให้ต่างชาติมาอยู่ในประเทศได้ระยะยาวนั้น เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ แต่เพื่อลดความกังวลควรจะกำหนดพื้นที่นำร่องหรือทำเป็นแซนด์บ็อกซ์ก่อน นอกจากนี้ สมาคมอยากให้พิจารณาขยายระยะเวลาการเช่าเป็น 50 ปี ซึ่งปัจจุบันมี พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แค่เพิ่มที่อยู่อาศัยเข้าไปจะทำให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้นกว่าการแก้กฎหมายใหม่

“ตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลังนี้ จะทรงๆ ตัวจากตัวแปรเดิม ไม่ว่าภาวะหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ยขาขึ้น ยังไม่มีตัวแปรใหม่เข้ามาเพิ่ม ส่วนความไม่แน่ไม่นอนทางการเมืองกับการซื้อบ้าน มีผลบ้าง แต่ไม่มาก เพราะคนจะซื้อบ้านต้องดูว่ามีเงินไหม กู้แบงก์ผ่านไหมมากกว่า” นายวสันต์กล่าว

Advertisement

นายวสันต์กล่าวว่า ถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2566 นี้ จะเป็นการดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพราะทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจหรือกำลังซื้อจะกลับมาคึกคักในไตรมาส 4 ของปีนี้ จากการมีรัฐบาลใหม่และการท่องเที่ยวเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวดีขึ้น เช่น โรงแรม เพราะในไตรมาส 3 ยังเป็นช่วงสุญญากาศของรัฐบาลชุดเก่า

“การเมืองเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก เพราะไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ยังมีโอกาสที่จะดิ้นได้อีก ต้องรอวันโหวตนายกรัฐมนตรี ความมั่นใจถึงจะเกิดขึ้น และขอให้เศรษฐกิจปีนี้อย่าให้ทรุดลงไปมากกว่านี้ก็น่าจะดีที่สุด ซึ่งรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ การเดินหน้านโยบายบางอย่าง ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมันสมูท” นายวสันต์กล่าว

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สนับสนุนแนวคิดของนายกสมาคมอาคารชุดไทยในการให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้ในสัดส่วน 24% ของโครงการและในราคา 20 ล้านบาท เพราะกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบางและอยากให้รัฐบาลใหม่ผลักดันเรื่องนี้ด้วย เพราะตอนนี้อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ไม่ใช่แค่คนไทยที่ซื้อ ต่างชาติก็อยากมาซื้อ นำเงินมาเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น แต่อยากให้สามารถซื้อได้ในทุกพื้นที่ ไม่กำหนดเป็นเฉพาะพื้นที่ เพราะอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันต่างชาตินิยมซื้อบ้านจะเป็นในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน

นายธงชัยกล่าวว่า สำหรับคอนโดมิเนียม ต่างชาติมีโควต้าซื้อได้อยู่แล้วในสัดส่วน 49% ของพื้นที่โครงการ ถ้ามีการขยายเพดานได้มากกว่า 49% จะเป็นการดี ซึ่งหากกังลเรื่องอำนาจการบริหารจัดการนิติบุคคล อาจกำหนดว่าให้ต่างชาติโหวตได้ 3 ใน 4 จะเป็นการแก้ปัญหาได้ ปัจจุบันโนเบิลมีลูกค้าต่างชาติมาซื้อคอนโดมิเนียมคิดเป็นยอดขาย 40% ของยอดขายรวม และในปีนี้หลังเปิดประเทศคาดว่าจะมียอดขายมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน ส่วนจีนเริ่มเข้ามาแล้ว 20% ยังไม่กลับไปเท่ากับก่อนมีโควิดที่เคยมีถึง 80% คาดจะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังนี้

“ผมมีข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ ตอนนี้เศรษฐกิจยังไม่ดีพอ กำลังซื้อในประเทศ มีจำนวนหนึ่งที่ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่ผ่าน อยากให้บริหารจัดการให้กู้แบงก์ได้ เพราะคนมีความต้องการซื้อบ้าน แต่ติดเรื่องกู้ไม่ผ่าน เช่น ปรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้เข้าถึงได้ง่าย หาดอกเบี้ยอัตราต่ำให้ และควรจะผ่อนผันเกณฑ์ LTV ด้วย”

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สนับสนุนการเปิดให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้ โดยกำหนดเกณฑ์การซื้อให้ชัดเจน เช่น ซื้อบ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ซื้อได้กี่เปอร์เซ็นต์ของโครงการ และซื้อได้ในทุกพื้นที่ เพราะปัจจุบันมีต่างชาติซื้อบ้านได้อยู่แล้ว แต่ทำให้ถูกกฎหมายจะเป็นการดี และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะลูกค้ามาซื้อจะเป็นกลุ่มมีรายได้สูงอยู่แล้ว ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ถ้าตั้งเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นการดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจากความไม่แน่นอน ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนเป็นอย่างมาก

นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า การเปิดให้ต่างชาติซื้อบ้านจัดสรรได้เป็นเรื่องดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งต่างชาติเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง และยังมีความต้องการบ้านในไทยอย่างมาก โดยเฉพาะจีนเป็นลูกค้าหลัก โดยก่อนหน้านี้สมาคมเคยสำรวจผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัด มองว่าควรให้ต่างชาติซื้อในสัดส่วน 49% เท่ากับคอนโดมิเนียม ถ้าเป็น 24% อย่างที่นายกสมาคมอาคารชุดไทยระบุถือว่าน้อยไป เพราะมีบางจังหวัดที่โครงการเป็นของต่างชาติทั้งหมด เช่น พัทยา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image