หน้าแรก เศรษฐกิจ ย้ำเตือนนักลง...

ย้ำเตือนนักลงทุน STARK พรุ่งนี้วันสุดท้ายเข้าชื่อฟ้อง เรียกค่าเสีย 7.36 หมื่นล้าน ก่อนหมดสิทธิ์

24.06.23 | 15:35 น.

นักลงทุนรายย่อยร่วมลงชื่อฟ้องดำเนินคดี “STARK” แล้วไม่น้อยกว่า 10% ของผู้เสียหายทั้งหมด ดึงสภาทนายความแห่งประเทศไทยช่วย จ่อฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง หลังปิดลงชื่อผู้เสียหาย 25 มิ.ย. เรียกเงินชดเชยลงทุน หายวับ 73,600 ล้าน “ดร.ณัฐวุฒิ” มั่นใจได้เงินคืน มีคดีต่างประเทศเป็นตัวอย่าง

ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าการรวมตัวของผู้ลงทุนรายย่อยที่เข้าลงทุนหุ้น STARK ของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเปิดให้ร่วมลงชื่อ ผ่านลิงก์ https://forms.office.com/pages/responsepage.aspx?id=aJ9E3Ee9S0OiOxK7CpqamjI1gLgEUbBAlZJsmC7nqsNUQlFYMThKMDMwQUJQT1pIOFNBSFlLT1c2UyQlQCNjPTEu&origin=QRCode&fbclid=IwAR2-kRRV-FEuNOO70RuihGlbVZz_5w0RVZgDbSjMuqT8lHaQH9GA_nzfLWU ในฐานะผู้เสียหายว่า ล่าสุด วันที่ 24 มิถุนายนมีผู้ลงทุนเข้าร่วมลงชื่อแล้วจำนวน 1,352 คน วงเงินความเสียหายรวมกัน 2,500 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมดราว 11,000 คน คิดเป็นสัดส่วนที่มีผู้ประสงค์จะดำเนินคดีแล้วไม่น้อยกว่า 10% ของผู้เสียหายทั้งหมด โดยจะเปิดให้ลงชื่อจนถึงวันที่ 25 มิถุนายนนี้ เป็นวันสุดท้าย และจะปิดรับการลงชื่อในเวลา 24.00 น. จากนั้นจะรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายทั้งหมดให้กับทนายความเพื่อดำเนินคดีฟ้องร้องแบบคดีกลุ่ม โดยมีตัวแทนเหยื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีกลุ่ม แทนผู้เข้าชื่อร้องเรียนทั้งหมด ทั้งนี้จะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งต่อผู้กระทำความผิด

“เชื่อว่าจะมีโอกาสเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดชดใช้-ชดเชยค่าเสียหายต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อได้ เพราะเคยมีกรณีตัวอย่างที่คล้ายกันนี้ในต่างประเทศหลายกรณีที่สิ้นสุดคดีลงด้วยการดำเนินคดีอาญา และจ่ายค่าปรับชดใช้ความเสียหายแก่เหยื่อ จึงอยากขอเชิญชวนผู้เสียหายร่วมใจลงชื่อเพื่อร่วมกันฟ้องร้องคดี” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้ลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อว่า ทางสมาคมฯได้ร่วมมือกับ “สภาทนายความแห่งประเทศไทย” และกลุ่มทนายความผู้มีประสบการณ์ดำเนินคดีแบบกลุ่ม และเชี่ยวชาญคดีธุรกิจ เพื่อทวงความยุติธรรมให้แก่นักลงทุน และเอาตัวคนผิดมาลงโทษ รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้องค์กรที่กำกับดูแลและตลาดหลักทรัพย์ฯหาแนวทางป้องกันและกำหนดมาตรการดูแลบริษัทในตลาดหุ้นให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ หลังจากหุ้น STARK เคยมีมูลค่าสูงสุดตามราคาตลาด ที่ราคา 5.50 บาทต่อหุ้น มีมูลค่ารวม 73,733 ล้านบาท แต่ล่าสุด การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาลดลงเหลือ 0.02 บาทต่อหุ้น เหลือมูลค่าเพียง 268 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขาดทุนจากการลงทุนหุ้นตัวนี้คิดเป็นมูลค่า 73,600 ล้านบาท ที่เงินหายไป ซึ่งไม่ใช่ความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการลงทุนตามปกติ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมักมีคำเตือนเสมอๆว่า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” แต่กรณี STARK เกิดจากการกระทำอันไม่สุจริตของผู้เกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนเป็นผู้แบกรับความเสียหายแทบจะกลายเป็นศูนย์ ขณะที่เจ้าหนี้มีหลักประกัน เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้หุ้นกู้ ยังอาจพอมีหวังได้รับเฉลี่ยหนี้คืนบ้าง จึงเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเกิดการรวมตัวกันเพื่อรวมรวมหลักฐานในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ฟ้องร้องดำเนินคดีแบบฟ้องหมู่ หรือ Class Action

Advertisement