นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เปิดเผยในงาน เสวนา “ก้าวต่อไปของผู้ให้บริการออนไลน์ หลัง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2559” จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่า ตัวเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำควาผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. … หรือ พ.ร.บ.คอมพ์ เป็นการปรับปรุงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกไซเบอร์ โดยในบางส่วนมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดียิ่งขึ้น เช่น มาตราที่ 14(1) ที่ว่ากันด้วยการหมิ่นประมาททางคอมพิวเตอร์ เดิมทีการหมิ่นประมาทในช่องทางดังกล่าวจะต้องผ่านการกระบวนการของศาล เนื่องจากถือเป็นการกระทำความผิดใน พ.ร.บ.คอมพ์ แต่ใน พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่ การกระทำความผิด ผู้เสียหายจากการโดนหมิ่นประมาท ถูกปลอมแปลงตัวบุคคล หรือตัดต่อรูปภาพ สามารถใช้อำนาจฟ้องร้องในคดีอาญาได้ทันที จึงคาดว่าภายหลัง พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่ประกาศใช้ คดีในศาลน่าลดลงไปราว 50,000 คดี
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับ มาตรา 20 ที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐในการ บล็อก หรือ ปิดกั้นเว็บไซต์ ส่วนตัวเห็นว่า พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่ มีการปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม คือ เดิมรัฐจะเป็นผู้ตรวจสอบฝ่ายเดียว แต่ฉบับใหม่ ขั้นตอนจะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองจากภาคส่วนต่างๆขึ้นมาพิจารณา แล้วส่งต่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)พิจารณา จากนั้นจึงส่งให้ศาล ซึ่งประชาชนที่เข้าข่ายมีความผิด หากมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลปกครองแก่หน่วยงานรัฐคืนได้ ส่วนความเป็นห่วงประกาศกระทรวงฯ ในหลายประเด็น อาทิ การเข้าถึงฐานข้อมูล การเขียนให้มีองค์กรกลางขึ้นมาดูแล ขณะนี้ประกาศยังอยู่ในขั้นตอนการร่างซึ่งทุกฝ่ายจึงสามารถแสดงความเห็นในประเด็นที่กังวลได้
นางปารีณา ศรีวนิชย์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยรวมร่างฯไม่ได้กระทบกับเสรีภาพมาก แต่ขอให้การทำประกาศหรือขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายคำนึงถึงผู้ประกอบการและผู้ใช้งานด้วย ความยากของกฏหมายฉบับนี้คือต้องหาจุดสมดุลให้ได้ กฎหมายต้องเปลี่ยนแปลงตามสังคมจึงต้องดูว่ามาตรการอะไรจึงจะเหมาะสม โดยมาตรการต่างๆ ต้องไม่มากจนเกินไปหรือน้อยเกินไป กฎหมายฉบับนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด โดยไม่มีสาระที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่หลายฝ่ายกังวลโดยเพาะเรื่องซิงเกิ้ลเกตเวย์ อย่างไรก็ดียังมีข้อกังวลหลายเรื่องเช่น การให้บุคคลนอกมาเป็นกรรมการ กลั่นกรอง โดยมีการกำหนดเงินเดินและค่าตอบแทน นอกจากมีกรรมการกลั่นกรองกลางแล้วยังมีกรรมการเฉพาะด้าน และการให้กรรมการกลั่นกรองทำงานเหมือนกรรมการทางปกครองจะทำให้การพิจารณายาวนานเกินไปหรือไม่ และที่น่าห่วงอีกประเด็นคือ เมื่อศาลมีคำสั่งให้ระงับการเผยแพร่เว็บไซต์พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเองหรือสั่งให้ดำเนินการก็ได้ หากมีการลบข้อมูลพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปในฐานข้อมูลเพื่อลบหรือแก้ไข ในจุดดังกล่าวจึงไม่รู้ว่าจะมั่นใจได้อย่างไรที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็นใครก็ไม่ทราบ สามารถเข้าไปดำเนินการถึงข้อมูลเองได้ และจะไม่ยุ่งกับข้อมูลในส่วนอื่น หรือลบข้อมูลผิดที่ไปกระทบในส่วนอื่นๆ จึงเสนอให้กำหนดกลไกคัดกรองผู้ขึ้นมาทำหน้าที่ดังกล่าว รวมทั้งอยากให้เปลี่ยนแปลงกระบวนการในจุดดังกล่าว หรืออย่างน้อยก่อนจะเข้าไปลบ ควรให้แจ้งให้ผู้ประกอบการหรือเข้าของเว็บไซต์ทราบเพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้มีโอกาสดำเนินการด้วยตนเองเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นายศรัทธา หุ่นพยนต์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย บริษัท ลาซาด้า (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการห่วงไม่ใช่ตัวกฎหมายแต่คือผู้บังคับใช้ว่ามีแนวคิดในการใช้กฎหมายอย่างไร ร่างฯกฎหมายบางมาตราเขียนไว้กว้างเกินไปอาจมีปัญหาการตีความตามมา เช่น การที่กฎหมายระบุว่าผู้ประกอบการเข้าของเว็บไซต์จะไม่มีความผิดก็ต่อเมื่อ “ไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม” ซึ่งข้อเท็จจริงปฏิเสธไม่ได้ว่าลาซาด้านั้นได้ผลประโยชน์จากผู้ประกอบการทุกรายที่เข้ามาอยู่ในเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ ซึ่งหากประเด็นดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับใหม่ จะไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง
นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล เลขาธิการมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง กล่าวว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุดในกฎหมายนี้ คือการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับใช้กฎหมาย และความชัดเจนในบทบัญญัติบางข้อ ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายขอให้ผู้บังคับใช้กฎหมายคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของเนื้อหาด้วย และในข้อกังวลหลายๆข้อที่เกิดกับกฎหมายนี้ เรื่องการก้าวล่วงอำนาจศาล

