โพลเอสเอ็มอี ร้องรบ.ใหม่ลดค่าไฟ เพิ่มเงินสดในมือประชาชนคล้าย ‘เราชนะ-คนละครึ่ง’

โพลเอสเอ็มอีร้องรบ.ใหม่ลดค่าไฟ ขอนโยบายเพิ่มเงินสดในมือประชาชน คล้าย ‘เราชนะ-คนละครึ่ง’ กลุ่มแอลกอฮอล์วอนอย่าจำกัดเวลา

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เกี่ยวกับความต้องการมาตรการส่งเสริมจากว่าที่รัฐบาลใหม่ โดยสอบถามผู้ประกอบการ จำนวน 2,683 ราย ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ 54.5% ต้องการความช่วยเหลือด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภค มีความต้องการเร่งด่วนมากที่สุดในเรื่องค่าไฟฟ้า รองลงมาเป็นค่าสินค้า วัตถุดิบ เป็นความต้องการของธุรกิจการผลิตและภาคธุรกิจการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ แนวทางความช่วยเหลือด้านค่าสาธารณูปโภคที่ผู้ประกอบการต้องการโดยภาพรวม ได้แก่ ลดอัตราการเก็บค่าไฟฟ้า ให้เงินอุดหนุนค่าไฟบางส่วน กำหนดอัตราการเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจให้ถูกลง งดเก็บค่าไฟฟ้ากรณีใช้ไม่ครบตามที่กำหนด มีระบบการผ่อนชำระ และส่งเสริมการใช้แผงโซลาร์เซลล์ ส่วนแนวทางความช่วยเหลือด้านภาษี ได้แก่ ให้สิทธิประโยชน์ในการนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ ลดหย่อนอัตราการเก็บภาษีธุรกิจ (ภาษีร้าน ภาษีป้าย ภาษีสิ่งปลูกสร้าง) และการลดหย่อนภาษีการนำเข้า

ความช่วยเหลือด้านหนี้สิน พบว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นความต้องการมากที่สุด รวมถึงต้องการสินเชื่อเฉพาะสำหรับเอสเอ็มอีที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ และผ่อนปรนเงื่อนไขการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งธุรกิจรายย่อยต้องการมาตรการช่วยเหลือเรื่องการพักชำระหนี้มากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มภาคธุรกิจการเกษตร

Advertisement

ส่วนความต้องการให้มีการปรับปรุงการอนุมัติการปล่อยสินเชื่อให้เร็วขึ้นจะเพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจ เนื่องจากความล่าช้าในการได้รับเงินแม้จะผ่านเงื่อนไขการกู้แล้ว โดยรูปแบบสินเชื่อที่ต้องการ ได้แก่ สินเชื่อที่มีระยะเวลาการผ่อนชำระนาน ปลอดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำ และวงเงินสูง รูปแบบการลดขั้นตอนและระยะเวลาการขอสินเชื่อ ได้แก่ อนุมัติการปล่อยเงินกู้ให้เร็วขึ้น และลดขั้นตอนและเอกสารขอสินเชื่อ

ด้านกระตุ้นกำลังซื้อด้วยมาตรการเพิ่มเงินสดในมือผู้บริโภค ยังเป็นความต้องการมากที่สุดในทุกภาคธุรกิจและทุกขนาดธุรกิจ ซึ่งธุรกิจรายย่อยโดยเฉพาะภาคการค้า มองว่าควรมีนโยบายเงินสนับสนุนเพิ่มเงินสดในมือให้ผู้บริโภคเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง มองว่าควรลดภาษีสินค้า บริการ เพื่อช่วยลดต้นทุนราคา รวมถึงการสร้างรายได้และอาชีพให้ผู้บริโภคมีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยรูปแบบมาตรการสนับสนุนการใช้จ่าย เช่น เงินสนันสนุนเพิ่มกำลังซื้อ ในลักษณะของโครงการเราชนะ คนละครึ่ง การแจกคูปองสำหรับซื้อสินค้า บริการซึ่งให้สิทธิพิเศษถึงธุรกิจรายย่อยได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ด้านความรู้ทางด้านการตลาดและช่องทางการตลาดเป็นความต้องการมากที่สุดของเอสเอ็มอีด้านการเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมธุรกิจ รองลงมาเป็นความรู้เฉพาะทางและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเอสเอ็มอีต้องการให้มีการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการเกษตรและภาคการผลิต ซึ่งธุรกิจขนาดกลางมีความต้องการให้ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกต่อการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียน การขอมาตรฐาน โดยรูปแบบการส่งเสริมความรู้ด้านการตลาด เช่น การทำตลาด การเปิดตลาด จัดหาแหล่งจำหน่ายสินค้า และการประชาสัมพันธ์ให้ธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย เป็นต้น

นายวีระพงศ์ กล่าวว่า ด้านเงินอุดหนุนค่าจ้างและการขึ้นค่าแรงเป็นขั้นบันได เป็นความต้องการช่วยเหลือมากที่สุดทางด้านแรงงาน เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวปรับต้นทุน รวมถึงการเพิ่มทักษะแรงงานเป็นที่ต้องการมากในภาคการผลิต ส่วนการขาดแรงงานมีปัญหามากในภาคธุรกิจการเกษตร ซึ่งประเด็นความต้องการให้ส่งเสริมการนำเข้าแรงงานต่างด้าวจะเพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะการแก้ไขประเด็นเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตที่มีขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินงานมาก

โดยรูปแบบความช่วยเหลือด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงาน เช่น เงินอุดหนุนค่าจ้าง การปรับเพิ่มค่าจ้างเป็นลำดับขั้น มาตรการช่วยเหลือรองรับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ส่วนความช่วยเหลือด้านการเข้าถึงแรงงาน เช่น การจัดหาแรงงานที่มีทักษะตรงกับธุรกิจ มีศูนย์พบปะแรงงานที่มีคุณภาพให้กับผู้ประกอบการ และแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย เป็นต้น

นายวีระพงศ์ กล่าวอีกว่า การผ่อนปรนข้อจำกัดการขายและพื้นที่รวมถึงการอำนวยความสะดวกการขอใบอนุญาตต่าง ๆ เป็นความต้องการช่วยเหลือมากที่สุดใน ด้านการแข่งขัน กฎระเบียบข้อบังคับ ใบอนุญาต เพื่อให้เกิดความสะดวก และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งธุรกิจรายย่อยต้องการให้ลดกฎระเบียบการดำเนินงานของธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มภาคการค้าและภาคการบริการที่ต้องการให้ยกเลิกการจำกัดเวลาการขายสินค้าแอลกอฮอล์

ขณะที่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ต้องการให้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับใบอนุญาตของธุรกิจ โดยสัดส่วนความต้องการเพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจ การแก้ไขไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอน ระยะเวลาในการขอใบอนุญาต งดเก็บค่าบริการ เพิ่มอายุใบอนุญาต หรือการดำเนินการที่สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกขั้นตอน

“ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังสนใจเข้าร่วมโครงการภาครัฐ แม้จะต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องมือเพื่อเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือของภาครัฐ ได้รับความสนใจมากที่สุด ส่วนเอสเอ็มอีที่ไม่สนใจ เนื่องจากมีความกังวลในขั้นตอนดำเนินการและผลทางภาษีเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายย่อย เพราะกังวลด้านค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่อาจจะสูงจนเป็นภาระต้นทุนในการประกอบธุรกิจ”นายวีระพงศ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image