ธปท.เผยดอกเบี้ยไทยต่ำที่สุดในอาเซียน เชื่อท่องเที่ยวดันศก.โต หวั่นนโยบายค่าจ้างดันเงินเฟ้อสูง
นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยระหว่างเป็นวิทยากร เสวนาย่อยเรื่อง ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ภายในงานการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 ว่า ปัจจุบันประเทศไทยค่อนข้างโชคดีที่อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในอาเซียน ถือว่าเป็นประโยชน์กับการลงทุน ซึ่งในส่วนของนโยบายทางการเงินคงไม่ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็ว และแรงเหมือนกับประเทศอื่นๆ สำหรับแนวโน้มการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากการท่องเที่ยว และการบริโภค โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ปานกลาง และผู้ที่มีรายได้สูง เนื่องจากไม่ได้บริโภค หรือไม่มีการใช้จ่ายในช่วงโควิด-19 ตอนนี้เริ่มมาใช้กันมากขึ้น มีซื้อสินค้าคงทนมากขึ้น
นายเมธี กล่าวอีกว่า ส่วนการส่งออกคาดว่าชะลอตัวลง ซึ่งมองว่าทั้งปี 2566 อาจติดลบแต่ไม่มาก ซึ่งต้องจับตาดูเศรษฐกิจโลกว่าเป็นอย่างไร จะได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเงินหรือไม่ รวมถึงต้องติดตามเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ปัจจุบันยังคาดเดาได้ยากว่าจะกระทบกับการค้าโลก ในช่วงที่เหลือของปี 2566 และในอนาคต ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง แต่ยังห่วงว่าถ้าการท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ จะเข้ามาช่วยกระตุ้นความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งสวนทางกับจำนวนแรงงานในภาคบริการที่ยังหายาก
“ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดเงิน หรือตลาดทุน จะมีความผันผวนสูงขึ้น ที่ผ่านมา ธปท. มีการควบคุมไม่ให้เกิดความผันผวนที่สูงเกินไป พร้อมสร้างเครื่องมือต่างๆ ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสามารถป้องกันความเสี่ยงได้มากขึ้น ในราคาที่ถูกลง แต่หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างรวดเร็ว จะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อมากขึ้นทันที” นายเมธี กล่าว
นายเมธี กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องติดตามนโยบายใหม่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลต่อเรื่องการขาดดุลงบประมาณ และความยั่งยืนทางการคลัง รวมถึงเรื่องเงินเฟ้อในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ ในเรื่องของพัฒนาระบบทางเรื่องการเงิน ในอนาคตไทยจะมีการร่วมมือกับธนาคารกลางของจีน ธนาคารกลางของฮ่องกง และธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเป็นเรื่อง ธปท. จะดำเนินการต่อไป


