หน้าแรก เศรษฐกิจ บีโอไอ ชู 8 จ...

บีโอไอ ชู 8 จุดแข็งไทยดึงดูดลงทุน จีบจีนลงทุนอุตฯอีวี-ไฮเทคเพิ่ม

25.06.23 | 21:53 น.

บีโอไอ ชู 8 จุดแข็งไทยดึงดูดลงทุน จีบจีนลงทุนอุตฯอีวี-ไฮเทคเพิ่ม

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายนฤตม์ เทอดสถียรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในเสวนา ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ที่งานการประชุมนักธุรกิจจีนโลก ครั้งที่ 16 ว่า จุดแข็งของประเทศไทยสำหรับการลงทุนจากจีน มี 8 ประการ ได้แก่ 1.ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาคในการเข้าสู่ประเทศอื่นในอาเซียน 2.มีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะใน เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ไม่ว่าจะท่าเรือ สนามบิน ถนน และนิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อม 3.มีซัพพลายเชนที่ครบวงจร ทั้งด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์

4.มีบุคคลากรคุณภาพ ทั้งวิศวกรรม ช่างเทคนิค 5.มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการลงทุน 6.มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจ 7.มีนโนยบายเกี่ยวกับการเป็นกลางทางคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจกและสิ่งแวดล้อมสีเขียว ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ ชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว (บีซีจี) รวมทั้งมีแหล่งพลังงานสะอาดที่เพียงพอ และ 8.มีความปลอดภัยจากภาวะที่โลกมีความขัดแย้งกัน เพราะไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อทุกประเทศ และมีความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติที่ต่ำ

 

“จีนกับไทย อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามีความสัมพันธ์กันมาช้านาน และมีความสัมพันธ์โดยสายโลหิต คำว่า โอเวอร์ซี ไชนิส กับคนไทย ถือว่ากลืนเป็นเนื้อเดียวกัน มีวัฒนธรรม วิถีในการทำธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่แปลกที่ บริษัทจากจีน 99% มาลงทุนที่ไทยแล้วประสบความสำเร็จ เพราะว่าเป็นความเข้าใจซึ่งกันและกัน จึงประสบความสำเร็จได้ดีในประเทศไทย และจีนถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งในไทยในเกือบด้าน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่การลงทุน โดยในปี 2565 เม็ดเงินลงทุนจากจีน 7.7 หมื่นล้านบาท ส่วนตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2566 มีเม็ดเงินลงทุนจากจีนแล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 87% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว”

Advertisement

 

สำหรับโอกาสใหม่ๆในการงทุนในประเทศไทย ได้แก่ บีโอไอ ได้ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ 9 มาตรการ อาทิมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน มาตรการรักษาและขยายฐานการผลิตเดิม มาตรการส่งเสริมการย้ายฐานธุรกิจแบบครบวงจร  มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ สมาร์ทและความยั่งยืน รวมทั้ง ไทยมียุทธศาสตร์ และเป้าหมายของอีวีที่ชัดเจน คือ 30@30 หรือการที่จะเปลี่ยนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 30%  หรือประมาณ 7 คัน ภายในปี 2573 (2030) พร้อมด้วยมาตรการอุดหนุน และรถภาษีรถยนต์ไฟฟ้า

อีกเรื่องคือ บีโอไอ ส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในไทยจะอยู่กลุ่ม กลางน้ำและปลายน้ำ ขาดแต่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ ดังนั้น จึงจะเน้นในกลุ่มต้นน้ำมากขึ้น และจีนเองก็มีความเชี่ยวชาญ จึงอยากเชิญชวนมาลงทุนเพิ่มเติมในไทย รวมทั้ง อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น และเป็นกลุ่มที่มีดีมานด์สูง จึจงเป็ฯตัวเลือกที่น่าตัดสินใจมาลงทุนในไทย

สำหรับบีโอไอนั้น นอกจากเรื่องการลงทุนแล้ว ยังมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักลงทุนในการช่วยค้นหาซัพพลายเออร์คุณภาพ ที่เป็นคู่ค้าในความดูแลลของบีโอไอกว่า 1,000 ทั่วประเทศ ที่จะช่วยหาวัตถุดิบ และช่วยในการจัดส่งเพื่อลดต้นทุน แลพบีโอไอมีจุดบริการ วันสต็อปเซอร์วิสที่กรุงเทพในการให้บริการเรื่องวีซ่า และการขอใบอนุญาตครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุน นอกจากนี้บีโอไอยังมีสำนักงานบบีโอไอเพื่อให้บริการนักลงทุนในจีนถึง 3 แห่ง ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกว่างโจ ซึ่งมากที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ