หน้าแรก เศรษฐกิจ LINE เร่งพัฒน...

LINE เร่งพัฒนาทุกโซลูชั่น รองรับประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว เจน Y ขึ้นชั้นกลุ่มผู้มีบทบาทหลัก

27.06.23 | 17:34 น.

LINE ประเทศไทย เร่งพัฒนาทุกโซลูชั่น รองรับงาน-ไลฟ์สไตล์ คนเจน Y กลุ่มคนที่สำคัญที่สุด หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ชูจุดเด่น Chat Economy

นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต แปลว่าประชากรที่เข้าสู่วัยทำงานจะมีจำนวนลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างช้าๆ หรือถดถอย สำหรับประเทศไทย

ปัจจุบันจะเห็นว่ากลุ่มคนเจน Y (อายุ 28-42 ปี) เป็นกำลังหลักในวัยทำงาน ด้วยความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้ กลุ่มคนเจน Y จึงถือเป็นพลังสำคัญในยุคสังคมสูงวัย และนับเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยในช่วงเวลาที่มีแรงงานลดน้อยลง จึงควรเร่งการสนับสนุน เพื่อร่วมสร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป

นายนรสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อมองถึงการใช้เทคโนโลยีของคนไทย เพื่อการทำงานและการทำธุรกิจบน LINE คนไทยเป็นชาติที่มีลักษณะเฉพาะในการใช้ LINE โดยใช้งานทั้งกับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ซึ่งเกิดขึ้นกับทุกเจนที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน คือตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเจน Y มีมากถึง 82% ที่ใช้งาน Group Chat บน LINE เพื่อการทำงาน โดยมีการใช้ LINE Call ควบคู่ และมีมากถึง 88% ที่ใช้งาน LINE บนคอมพิวเตอร์ สะท้อนชัดถึงการใช้ LINE เพื่อการทำงาน นอกจากนี้ ยังเป็นกลุ่มที่มีช่วงเวลาการใช้งาน LINE นานที่สุดประมาณ 100 นาทีต่อวัน มีการใช้จ่ายเพื่อบริโภคบน LINE มากที่สุด มากกว่าเจนอื่นๆ ถึง 2 เท่า โดยเฉพาะผู้ใช้งานเพศหญิง ทั้งนี้ โดยระหว่าง 8 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน ในวันจันทร์ถึงศุกร์ จะมีการเข้าใช้งาน LINE OA มากที่สุด

“ด้วยยอดการใช้งาน LINE ผ่านฟีเจอร์ Group Chat และการใช้งาน LINE บนคอมพิวเตอร์ของคนไทย สะท้อนถึงความนิยมในการทำงานผ่าน LINE นอกเหนือจากการติดต่อทั่วไปในชีวิตประจำวัน LINE จึงมีแผนการสำรวจและวิจัยเรื่องการใช้งาน Group Chat ในเชิงลึก เพื่อนำมาพัฒนาฟีเจอร์ช่วยคนไทยให้สามารถใช้ LINE ทั้งสำหรับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน แต่ยังคงความสมดุลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี และยังมีแผนการนำเทคโนโลยี AI ทั้งในส่วนที่ LINE พัฒนาเองและจากภายนอกเข้ามาเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น”

Advertisement

นายนรสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะที่ LINE OA ยังคงเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันมียอดการเปิดใช้งานสูงถึง 6 ล้านบัญชี และยังมีกลุ่มเครื่องมือจาก LINE OA Plus ซึ่งเป็นกลุ่มเครื่องมือที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมนักพัฒนาของ LINE ในประเทศไทย ที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งาน LINE OA ให้เป็นมากกว่าช่องทางเพื่อการสื่อสาร แต่สามารตอบโจทย์ที่หลากหลายตามความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจได้ในเชิงลึก ซึ่งปีนี้ LINE มีแผนพัฒนากลุ่มเครื่องมือภายใน LINE OA Plus อย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกเครื่องมือใหม่ MyCRM สำหรับจัดการ บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นเฉพาะด้านที่ครบครัน พร้อมการพัฒนาปรับปรุงเครื่องมือเดิมอย่าง MyCustomer สำหรับการจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้า ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ให้ครบเครื่องเพื่อการทำธุรกิจด้วยดาต้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับโฉมใหม่เครื่องมือ MyRestaurant สำหรับการบริหาร จัดการธุรกิจร้านอาหาร ให้ตอบสนองตลาดได้ดีกว่าเดิม การเปิดตัว LINE OA Store อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นช่องทางให้แบรนด์ได้สามารถมองหาและเข้าถึงพาร์ทเนอร์ ผู้สรรค์สร้างโซลูชั่นเชิงเทคโนโลยีที่ใช่ และเป็นพื้นที่ให้บริษัทฯ นักพัฒนาทั่วไปได้นำเสนอโซลูชั่นบน LINE ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ LINE ยังมีแผนจัดตั้ง Blue Badge Guide Awards การประกาศรางวัลให้กับร้านค้า ธุรกิจไทย ที่มีความใส่ใจในเรื่องการออกแบบธุรกิจที่ครบในทุกด้าน ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานร้านค้าไทยทั้งในเชิงการสร้างแบรนด์ควบคู่กับการทำธุรกิจไปพร้อมๆ กัน

“LINE มีแนวคิดในการพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้ Myshop เพื่อเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการเปิดร้านสำหรับผู้ประกอบการไทยในทุกธุรกิจ เฉกเช่นการสร้างเว็บไซต์ของแบรนด์ และการใช้ Market Place ที่กลายเป็นกลยุทธ์ยอดฮิตในการดำเนินธุรกิจของตลาดฝั่งตะวันตก แต่สำหรับตลาดประเทศไทย ด้วยความง่าย ความคุ้นชินในการใช้งาน LINE Chat และ LINE Official Account (LINE OA) ของผู้บริโภค และการเชื่อมต่อเครื่องมือที่สะดวก ง่ายดาย และฟรี สำหรับผู้ประกอบการไทย ถือเป็นพื้นฐานทีสำคัญที่จะช่วยให้ Chat Economy บน LINE สามารถขับเคลื่อน E-commerce ในประเทศไทย ให้เติบโตได้มากขึ้นไปพร้อมๆ กับ Market Place ที่มีอยู่ในปัจจุบัน” นายนรสิทธิ์ กล่าว

นายนรสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ LINE OpenChat ถือเป็นหนึ่งบริการที่เป็นที่นิยมของคนทุกวัย ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระแต่คงความเป็นส่วนตัว โดยมียอดการใช้งานสูงสุดถึง 10 ชม.ต่อวัน สร้างปรากฏการณ์ในเชิงสถิติการเข้าใช้งานที่ยาวนานที่สุด เรียกได้ว่า ‘Always On’ เมื่อเทียบกับบริการอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานประจำ 17 ล้านคนต่อเดือน ในปีนี้ LINE OpenChat มีแผนพัฒนาฟีเจอร์ LIVE Talk เปิดการพูดคุยแบบเรียลไทม์ เพื่อเป็นการเปิดประสบกาณ์แบบใหม่แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวแบบไม่เปิดเผย พร้อมมีแผนพัฒนาให้เปิดพื้นที่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์บนโลกของ LINE ด้วย

ขณะที่บริการอื่นๆ LINE มีแผนพัฒนาและขยายธุรกิจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น LINE TODAY ที่จะมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น สู่ธุรกิจแห่งความหลากหลายของคอนเทนต์ LINE STICKERS ขยายขอบเขตธุรกิจ licensing เพื่อผลักดันศักยภาพอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ในไทย และ LINE Creators LINE MELODY มุ่งขยายธุรกิจจากการทำธุรกิจเพลง สู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีโดยรวม ด้วยหลากหลายกิจกรรมการส่งเสริม พร้อมเปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งค่ายใหญ่ ค่ายเล็ก หรือศิลปินอิสระ สามารถเข้ามาเป็นพันธมิตรในการสร้างรายได้และการเติบโต และ LINE HORO ที่จะขยายธุรกิจจากบริการดูดวง ขอพร ทำบุญออนไลน์ สู่การบริจาคยุคใหม่ Donation on LINE

“จากข้อมูลทั้งในเชิงโครงสร้างสังคม และพฤติกรรมของคนไทยในการใช้งานแพลตฟอร์ม LINE ที่เปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามุ่งเน้นการพัฒนา ปรับปรุงการใช้งานบริการต่างๆ ของเราให้ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อตอบสนองสิ่งที่คนไทยต้องการ ด้วยผีมือทีมนักพัฒนาแห่ง LINE ประเทศไทย ที่สามารถออกแบบเครื่องมือ และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของคนไทย เรามั่นใจว่า LINE ประเทศไทย จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นแรงผลักดันเชิงบวกให้กับประเทศได้ ด้วย Chat Economy ที่เกิดขึ้นโดยวิถีของคนไทย สู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และพัฒนาประเทศไทยให้มีศักยภาพการแข่งขันในแบบฉบับของเราเองได้ในที่สุด” นรสิทธิ์ กล่าว