หน้าแรก เศรษฐกิจ จิตตะเวลธ์ ชี...

จิตตะเวลธ์ ชี้โอกาสลงทุนครึ่งปีหลัง 2566 ตราสารหนี้ หุ้นเทคฯสหรัฐ หุ้นญี่ปุ่น-เวียดนาม โดดเด่น

28.06.23 | 14:58 น.

จิตตะเวลธ์ ชี้โอกาสลงทุนครึ่งปีหลัง 2566 ตราสารหนี้ หุ้นเทคฯสหรัฐ หุ้นญี่ปุ่น-เวียดนาม โดดเด่น

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) สตาร์ตอัพไทยที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้ให้บริการกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth เปิดเผยถึง ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและการทุจริตของบริษัทจดทะเบียนที่กดดัน ให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2566 ปรับลดลงจากต้นปี 2566 แล้วมากกว่า 10% ทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564

อย่างไรก็ตาม หากมองหาโอกาสการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะพบว่า ยังมีอยู่ในหลายส่วนของโลก ที่นักลงทุนสามารถใช้จังหวะนี้ลงทุน เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังมีความกังวล ถึงโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นบวก ขณะที่การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสที่จะเริ่มคงอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ และอาจปรับลดลงได้ในอนาคต จะส่งผลดีต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตราสารหนี้ที่ได้ออกมาตั้งแต่ในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง จะได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งการลงทุนในตราสารหนี้ ยังจะช่วยบริหารความเสี่ยง ให้กับพอร์ตลงทุนได้เป็นอย่างดี

นายตราวุทธิ์กล่าวต่อว่า ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐนั้น ตลาดมองว่าน่าจะเกิดขึ้นช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่จะมีลักษณะที่ไม่รุนแรงมาก เนื่องจากถูกจำกัดด้วยภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง และแม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะถูกกดดันด้วยปัจจัยดังกล่าว แต่ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นหุ้นของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ บางแห่งกลับปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เกินความคาดหมายของนักลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น Apple มีความโดดเด่นในการขยายเข้าไปยังตลาดใหม่ ดัชนี FANG+ ซึ่งติดตามหุ้นเทคโนโลยียอดนิยม อย่าง Apple Alphabet Amazon Meta และ Netflix เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ หากดูผลตอบแทนตั้งแต่ช่วงต้นปี ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 74.94% ทำให้การลงทุนในหุ้นเทคฯสหรัฐ ในช่วงที่เหลือของปี มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง และหากแนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง และเข้าสู่ขาลงได้ ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2567 ก็จะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าวให้ปรับตัวดีขึ้น จากต้นทุนการเงินที่มีแนวโน้มลดลง

สำหรับกองทุนส่วนบุคคลของ Jitta Wealth นโยบายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ (Jitta Ranking-US-Tech) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2566 สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 34.76% และนโยบายหุ้นสหรัฐ (Jitta Ranking-US) สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 23.78% เทียบกับ S&P500 ที่สร้างผลตอบแทนได้เพียง 13.71%

Advertisement

นายตราวุทธิ์กล่าวอีกว่า สินทรัพย์ที่น่าจับตาครึ่งปีหลัง ยังต้องโฟกัสที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังจากที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการเผชิญกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้ดี โดยไตรมาสแรกของปีเศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว 2.7% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ 1.9% ปัจจัยหลักมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 26 มิถุนายนนี้ เงินเยนอ่อนค่าแล้ว 9.5%

ด้านการลงทุนภาคเอกชนและภาคการผลิตขยายตัวได้ดีหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในช่วง 4 เดือนแรกของปี จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.7 ล้านคน แซงหน้าทั้งปีของปี 2565 ที่มีนักท่องเที่ยวเพียง 3.8 ล้านคน จึงไม่แปลกใจ ที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทุบสถิติในรอบ 33 ปี ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นของกองทุน Berkshire Hathaway อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหันมาค้นหาความน่าสนใจในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดหุ้นเวียดนามที่เคยเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจหลายด้าน ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ทั้งอัตราเงินเฟ้อ ที่ใกล้เข้าสู่สภาวะปกติ การบริโภคและการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยหลัก ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจเวียดนามจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนได้ดี ขณะที่สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น หลังรัฐบาลเวียดนามเดินหน้าแก้ปัญหาพร้อมปรับปรุงกฎหมาย Social Housing ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งมีการเจรจา ขยายระยะเวลาชำระหนี้กับสถาบันการเงินและเจ้าหนี้ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวล ราคาหุ้น No Va Land ที่เคยมีปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ก็ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม 2566 เวียดนามจึงเป็นอีกตลาดที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

“ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายมามากแล้ว เราเชื่อว่าฝนเริ่มซา พายุกำลังจะผ่านไป โอกาสการลงทุนใน ‘หุ้นดีราคาถูก’ กำลังจะฟื้นกลับมา และนี่อาจจะเป็นโอกาสทองที่จะเปลี่ยนชีวิตของนักลงทุนได้เลย” นายตราวุทธิ์กล่าว