ผนึก 7 สมาคมฯ ตั้ง ‘เฟตต้า’ ติดปีกท่องเที่ยวไทย จี้ตั้งรัฐบาลใหม่เร็วที่สุด-พร้อมเสนอข้อเรียกร้องทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ 7 สมาคม ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ได้ลาออกจากสมาคมสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมมาร่วมกันฟื้นสมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตต้า) หรือสสทท. ซึ่งเคยมีบทบาทเมื่อ 10 ปีก่อน โดยวันนี้ได้ลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งเฟตต้าพร้อมเรียกร้องรัฐบาลใหม่
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า การจัดตั้งเฟตต้าขึ้นมาก็เพื่อความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพกับสมาคมที่มีความใกล้ชิด สื่อสารกันได้ตลอดเวลา มีระบบ แบบแผน มีความน่าเชื่อถือ และมีผลงานในการทำงานร่วมกันมายาวนาน สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาของภาคการท่องเที่ยว และสมาชิกขององค์กรได้ดี โดยเชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวไทยจะขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ การท่องเที่ยวไทยเป็นเครื่องจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงผู้ประกอบการ และแรงงาน สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงต่อไป เพราะปัจจุบันแม้สถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยจะเริ่มฟื้นแล้ว แต่สถานะของบริษัททัวร์อยู่ในสถานะย่ำแย่ โดยเฉพาะปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่ไม่สามารถเข้าไทยได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากติดปัญหาการขอวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ซึ่งได้ร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังแก้ปัญหาได้ไม่ลุล่วง จึงเป็นห่วงและกังวลว่านักท่องเที่ยวจีน ที่ตั้งเป้าหมายไว้ 5-7 ล้านคน จะไม่สามารถเข้ามาเที่ยวไทยได้ตามเป้าหมายได้
นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) กล่าวว่า จากรถบัสนำเที่ยวของสมาชิกสมาคมฯ ที่มีอยู่ 40,000 คัน ปัจจุบันรอดเหลืออยู่เพียง 15,000 คัน แต่ที่วิ่งงานอยู่ปัจจุบันมีเพียง 4,000 คันเท่านั้น ที่ให้บริการองค์กร โรงงาน ส่วนอีก 8,000 คันให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งประเมินว่าสามารถสร้างรายได้ 90,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเท่าเดิม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จึงมีข้อเรียกร้องเร่งด่วน ได้แก่ 1.ต้องการให้จัดสรรงบประมาณหรือกองทุนฟื้นฟูสภาพรถ ที่จอดนิ่งเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่งใช้เงินซ่อมบำรุง 500,000 บาทต่อคัน 2.ต้องการให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถบัสนำเที่ยว 3.ต้องการให้แก้เงื่อนไขของสำนักงบประมาณที่เพิ่งออกมา ในการประมูลงานภาครัฐ บริษัทต้องมีงบดุลไม่ติดลบ 1 ปี ซึ่งสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้บริษัท 90% ไม่มีใครไม่ติดลบ และ 4.ต้องการให้รัฐบาลออกนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาให้บริการทดแทนรถยนต์สันดาปเดิม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีนโยบายเลย ซึ่งต่อจากนี้ เฟตต้าจะเดินสายพบผู้นำภาคเอกชน และเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่สำเร็จ รวมถึงมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดถึงรัฐบาลต่อไป
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวจากหลายๆ ชาติฟื้นแล้ว แต่จีนเป็นชาติเดียวฟื้นตัวน้อยที่สุด โดยเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ฟื้นแค่ 20% ส่วนข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลใหม่ สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ชะลอหรือยุติการปรับขึ้นค่าแรงออกไปก่อน เพราะธุรกิจโรงแรมยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ประกอบกับมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเกือบทั้งหมด อาทิ ต้นทุนค่าไฟ ขณะเดียวกันจากวิกฤตโควิดที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจโรงแรมมีภาระหนี้สินเยอะ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้ขยายเวลาการจ่ายเงินต้นออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การที่ทั้ง 7 สมาคมมารวมตัวกันในนามเฟตต้านั้น ก็เพื่อลดขนาดเครือข่ายให้มีความฉับไว คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นมืออาชีพ โดยแต่ละสมาคมมีบุคลากรมากกว่า 100,000 คน โดยมีเป้าหมายร่วมกับรัฐบาลเพื่อวางแผนพัฒนาภาคการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน สำหรับก้าวต่อไป จะแนะนำองค์กรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแอตต้าจะเป็นหน่วยงานประสานเบื้องต้น จดทะเบียนจัดตั้งเฟตต้าในอนาคต พร้อมร่วมกันจัดงาน Thailand International Tourism Conference ทุกปี เพื่อตอกย้ำภาคท่องเที่ยวไทยในฐานะผู้นำของภาคท่องเที่ยวโลก ซึ่งประเทศไทยเคยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นอันดับ 9 ของโลก และสร้างรายได้การท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 4 ของโลกเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด ซึ่งยืนยันว่าเฟตต้าไม่ได้เป็นศัตรูกับสทท. เพียงแต่ที่แยกออกมาก็เพื่อความคล่องตัวในการ

