หน้าแรก เศรษฐกิจ ตัวแทนรายย่อย...

ตัวแทนรายย่อย STARK โอด ผู้บริหารเคาะแนวทางแก้วิกฤต 19 ก.ค. สายไป เหมือนโดนมัดมือมัดเท้าที่หลักประหาร

30.06.23 | 12:00 น.

ที่ปรึกษาการลงทุน ตัวแทนนักลงทุนรายย่อยจี้ผู้บริหาร STARK เคาะแนวทางแก้ไขวิกฤต วันนี้ก่อนโดนแขวนหยุดซื้อขาย โอดตัดสินใจ 19 ก.ค. เหมือนมัดมือมัดเท้า 1.1 หมื่นรายย่อย ไว้ที่หลักประหาร “ดร.ณัฐวุฒิ”ขอตลาดหลักทรัพย์ยืดเวลาติดป้าย SP เพื่อรอความชัดเจน

ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงกรณีนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ รักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เสนอ 4 แนวทางในการแก้ไขวิกฤตของ STARK ในส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบที่เป็นเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือเจรจาเจ้าหนี้, ขายทรัพย์สิน, เพิ่มทุนจดทะเบียน และยื่นศาลล้มละลายของฟื้นฟูกิจการ โดยจะมีข้อสรุปสุดท้ายแจ้งต่อนักลงทุนภายในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ว่า การดำเนินการดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นการมัดมือมัดเท้าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญคือผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทมากกว่า 11,000 ราย เหมือนกำลังอยู่หลักประหาร เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดให้ซื้อขายวันนี้ (30 มิ.ย.) เป็นวันสุดท้าย โดยที่มีข้อมูลที่ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจสำคัญ และกระทบต่อการได้เสียมหาศาล

กล่าวคือหากคณะผู้บริหาร STARK เลือกแนวทางข้อ 3 คือ เพิ่มทุนจดทะเบียน ทัังจากผู้ถือหุ้นเดิม หรือผู้ลงทุนใหม่ ก็สมควรต้องประกาศให้ชัดเจนอย่างช้าสุดในวันนี้ เช่น หากเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม กลุ่มนายวนรัชต์จะคงรักษาสัดส่วนเดิมหรือไม่ หรือหากขายรายใหม่ก็ต้องประกาศชัดเจนว่าเป็นใคร เช่น กลุ่ม TOA หรือพันธมิตร และได้เพิ่มทุนจนทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นกลับมาบวก มีเงินมาหมุนเวียนกิจการหรือไม่

“หากคำตอบชัดเจนในวันนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อย 11,000 ราย ก็อาจมีทางเลือกทนถือหุ้นเอาไว้ เพื่อให้กิจการฟื้นตัวกลับมา หุ้นในมือก็อาจจะกลับมามีมูลค่า แต่หากไม่มีคำตอบวันนี้ ต้องไปรอวันที่ 19 กรกฎาคม ไม่มีความชัดเจนใดๆ แล้วแนวทางเพิ่มทุนล้มเหลว ต้องไปสู่แนวทางต่อไปคือยื่นล้มละลาย หากผู้ถือหุ้นรายย่อยถือไว้ก็เสี่ยงเงินที่ลงทุนกลายเป็นศูนย์”

Advertisement

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า แต่หากคณะผู้บริหารจะประกาศชัดเจนเลยในวันนี้ว่าจะเลือกทางล้มละลาย ทางผู้ถือหุ้นรายย่อยก็จะได้ตัดใจขายทิ้งไป แม้จะแทบไม่มีมูลค่าแล้ว และค่อยเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายชดเชยกันต่อไป

“ผมขอเสนอให้ผู้บริหาร STARK ประกาศให้ชัดเจนในวันนี้ หรือไม่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็สมควรต้องยืดหยุ่นเวลากำหนดการซื้อขายก่อนจะแขวนป้าย SP ยาวออกไป อย่างน้อยถึงวันที่ 19 กรกฎาคม หรือทราบแนวทางเลือกที่ชัดเจนของผู้บริหาร STARK เนื่องจากในเวลานี้มีข้อมูลไม่เพียงพอ มีผลกระทบต่อการได้เสียมหาศาล กล่าวคือหากแนวทางเพิ่มทุนสำเร็จก็อาจมีโอกาสที่หุ้นจะกลับมาทีมูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่หากล้มเหลว และเลือกหนทางล้มละลายก็อาจเสี่ยงกลายเป็นศูนย์” ดร ณัฐวุฒิ กล่าว

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่าผู้บริหาร STARK จะตัดสินใจแนวทางไหน แต่ก็เริ่มมีข่าวลือออกมาแล้วว่าผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอาจจะพิจารณาแนวทางเลือกที่ 1 ,2 และ 4 เป็นหลัก กล่าวคือเจรจาแฮร์คัตลดยอดหนี้ให้เหลือต่ำที่สุด อาจชำระเพียงไม่เกิน 500 ล้านบาท จากนั้นอาจจะแยกส่วนโรงงาน หรือธุรกิจที่มีคุณภาพดีเช่น โรงงานผลิตสายไฟฟ้าเฟลส์ดอดจ์ ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ขายออกไปในราคาเพียง 500 ล้านบาท แล้วก็มาตั้งนอมินีมารับซื้อไว้เองในราคาต่ำมาก หรือเหมือนกับได้ฟรี โดยอ้างว่าขายเพื่ิอเร่งชำระหนี้ จากนั้นก็ยื่น STARK ที่เหลือแต่โครงเข้าโหมดล้มละลาย ความเสียหายนับแสนล้าน ตกเป็นของผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน