ช็อก! หนี้ครัวเรือนพุ่ง 90.6% ต่อจีดีพี แบงก์ชาติใช้เกณฑ์ใหม่ส่องยิบ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนพฤษภาคม 2566 โดยนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า ธปท.ได้ปรับปรุงสถิติเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน (หนี้ครัวเรือน) แบ่งเป็น ผู้ให้กู้ 4 กลุ่ม เพื่อให้เกิดการครอบคลุมที่เพิ่มมากขึ้น
โดยล่าสุดยอดหนี้แต่ละกลุ่ม ณ ไตรมาส 1 ปี 2566 ประกอบด้วย 1.หนี้เพื่อการศึกษา (กยศ.) มีจำนวน 4.83 แสนล้านบาท 2.กลุ่มสหกรณ์อื่นๆ (ที่ไม่ใช่สหกรณ์ออมทรัพย์) จำนวน 2.65 แสนล้านบาท 3.การเคหะแห่งชาติ 1.1 หมื่นล้านบาท และพิโกไฟแนนซ์ 6 พันล้านบาท ซึ่ง ธปท.มีข้อมูลของกลุ่มผู้ให้กู้เหล่านี้ตั้งแต่ปี 2555 จึงปรับข้อมูลย้อนหลังไปถึงไตรมาส 1 ปี 2555
“ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากชุดข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่นี้เป็นหนี้ที่มีอยู่แล้วไม่ใช่หนี้ที่เพิ่งเกิดใหม่ โดย ณ ไตรมาส 1 ปี 2566 มียอดหนี้เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 7.66 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการศึกษา 4.85 แสนล้านบาท และหนี้เพื่อการประกอบอาชีพ 1.83 แสนล้านบาท ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนหลังปรับปรุงมียอดคงค้าง 15.96 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.6% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นจากข้อมูลก่อนปรับปรุง 4.3% ต่อจีดีพี ทั้งนี้ โครงสร้างสัดส่วนที่จําแนกตามวัตถุประสงค์การกู้ยืมไม่แตกต่างจากข้อมูลก่อนปรับปรุง” นายสักกะภพ กล่าว
นายสักกะภพ กล่าวว่า การปรับปรุงข้อมูลหนี้ครัวเรือนดังกล่าวเพื่อให้เกิดความครบถ้วนมากขึ้น โดยประเมินแล้วว่าข้อมูลใหม่ 1.มีความน่าเชื่อถือของวิธีการจัดเก็บและประมวลผล 2.มีคุณภาพ อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจได้ 3.มีความถี่ของการจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลที่สม่ำเสมอ และ 4.ไม่ล่าช้าเกินไป

