หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เครือสหพัฒน์...

‘เครือสหพัฒน์’ ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์บูมพระราม 3 จาก ’คิงบริดจ์ทาวเวอร์’ ถึง ’คิงสแควร์คอมเพล็กซ์’ มิกซ์ยูสหมื่นล้าน

30.06.23 | 23:51 น.

เครือสหพัฒน์ ผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่ ผุดโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 1 หมื่นล้านย่านรัชดา-พระราม3 คอนโดหรู โรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ตอกเข็มปีนี้

นายวรยศ ทองตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือSPI ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจสินค้าอุปโภค ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและธุรกิจการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมและลงทุนในธุรกิจอื่นๆ โดยปี 2565 มีรายได้รวม 8,392 ล้านบาท เติบโต 7.5%ต่อปี และกำไร 3,361 ล้านบาท เติบโต 9.7%ต่อปี ปัจจุบันสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นธุรกิจสวนอุตสาหกรรม 45-50% ธุรกิจอาหาร 30-40% ที่เหลือเป็นธุรกิจสินค้าอุปโภคและส่วนแบ่งกำไรกับเงินปันผลที่บริษัทเข้าไปลงทุนธุรกิจในเครือสหพัฒน์​

นายวรยศกล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังได้ขยายพอร์ตการลงทุนธุรกิจไปสู่ธุรกิจด้านบริการซึ่งรวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 5% เช่น โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น กลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของประธานเครือสหพัฒน์ และเพื่อกระจายการลงทุนและสร้างรายได้จากธุรกิจ เพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ต จากเดิมฐานการผลิตสหพัฒน์เข้มแข็งและชำนาญเรื่องการผลิต แต่ในส่วนของงานบริการบริษัทมีพาร์ทเนอร์ต่างชาติเข้ามาหลายราย ต่อไปในอนาคตตัวธุรกิจบริการจะเป็นธุรกิจหลัก เพราะการผลิตท้ายสุดมันขึ้นอยู่กับต้นทุนและคู่แข่งต่างชาติทั้งประเทศจีน เวียดนาม มีฐานการผลิตที่เข้มแข็งมากกว่า โดยบริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี

“ในปี 2566 เป็นครั้งแรกที่เครือสหพัฒน์ได้ลงทุนโครงการมิกซ์ยูส คิงสแควร์คอมเพล็กซ์มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ที่รัชดา-พระราม3 ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการมาแล้ว 3 ปีและคอมมูนิตี้มอลล์ โดยในไตรมาส4 ปี 2566 นี้ จะเริ่มก่อสร้างคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่สูง 52 ชั้น และคอมมูนิตี้มอลล์ก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งได้รับการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)แล้ว ใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน จากนั้นถึงเริ่มสร้างเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เป็นเฟสต่อไป โดยจะเปิดขายคอนโดมิเนียมในไตรมาส3 นี้ จับกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ปกครองนักเรียนและลูกค้าต่างชาติ”นายวรยศกล่าว

นายวรยศกล่าวว่า สำหรับโครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทในเครือสหพัฒน์กว่า 60% เช่น บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ กับพันธมิตรต่างชาติบริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนารถไฟและอสังหาริมทรัพย์​จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางโตคิวจะเข้ามาลงทุนในส่วนของคอนโดมิเนียม 40%

Advertisement

นอกจากนี้ในย่านพระราม3 บริษัทยังมีโครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนของบริษัทในเครือสหพัฒน์ อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะเสร็จในไตรมาส4 ปี2567 เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอ มีพื้นที่เช่า 85,000 ตารางเมตร โดยผู้เช่า 50% เป็นบริษัทในเครือและบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งโครงการนี้จะเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าที่สูงที่สุดในประเทศไทยติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้งใจพัฒนาให้เป็นสถาปัตยกรรมเคียงคู่กับสะพานภูมิพล

“แลนด์แบงก์ของบริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านพระรามเป็นหลัก ยังมีเหลือบางส่วนจะพัฒนา นอกเหนือจากที่ดินในสวนนิคมอุตสาหกรรมมีอยู่หลาย 1,000 ไร่ ที่ยังพัฒนาได้อีก สำหรับเป้าหมายรายได้ของธุรกิจบริการยังถือว่าน้อย ซึ่งการดำเนินธุรกิจขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส โดยยึดหลัก เร็ว ช้า หนัก เบาตามนโยบายของประธานเครือสหพัฒน์”นายวรยศกล่าว