ทอท.ตั้งคณะกรรมการฯสอบสาเหตุ ‘ทางเลื่อนหนีบขา’ คาด 15 วันรู้ผล เล็งเปลี่ยนลิฟต์-บันไดเลื่อนยกเซต
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุที่สนามบินดอนเมือง บริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศขาเข้า จนเป็นเหตุให้มีผู้โดยสารภายในสนามบินได้รับบาดเจ็บขาซ้ายขาดนั้น ว่าความคืบหน้าล่าสุด โดย ทอท.มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนของกระทรวงคมนาคม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) สภาวิศวกร บริษัทสยามฮิตาชิ และญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ 15 วัน
นายกีรติกล่าวว่า คณะกรรมการนอกจากจะเข้ามาสืบหาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่ามาจากอะไร เช่น ความผิดพลาดของอุปกรณ์ หรือความผิดพลาดทางระบบ และจะมีการพิจารณาเปลี่ยนทางเลื่อนเก่าทั้งหมดที่อยู่ในสนามบินทั้ง 6 แห่ง ไม่เพียงแต่ที่สนามบินดอนเมือง เบื้องต้นจากกรณีสนามบินดอนเมือง คณะกรรมการมีความเห็นให้เปลี่ยนทางเลื่อนที่มีอายุเกิน 20-25 ปี
ปัจจุบันทางเลื่อนในสนามบินดอนเมืองทั้งหมด 20 ตัว โดยได้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ไป 6 ตัว และอีก 14 ตัวยังไม่ได้เปลี่ยน ขณะนี้ให้หยุดการทำงานก่อน เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตเข้ามาตรวจสอบการใช้งาน หรือแม้แต่การเปลี่ยนให้แล้วเสร็จ และจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง คาดว่าใช้เวลา 1 เดือน โดยจะต้องออกหนังสือรับรองชัดเจนก่อนเปิดให้บริการ ซึ่งในระหว่างนี้จัดให้มีรถเข็น รถกอล์ฟ ไว้บริการแก่ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ หรืออื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกไว้ตรงบริเวณที่ผ่านจุดคัดกรองเข้ามาแล้ว
นอกจากนี้ จะตรวจสอบการใช้งานอื่นๆ เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ว่าอายุเกินการใช้งานหรือไม่ หากเกินหรือมีปัญหาในการใช้งานแค่เล็กน้อยก็จะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการเปลี่ยน เพราะต้องผลิตพร้อมติดตั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
“ยอมรับว่าทางเลื่อนมีอายุ 27 ปี ค่อนข้างนาน แต่ก็ดูแลรักษามาโดยตลอด หลังจากนี้ก็จะตรวจสอบว่าถ้ามีอายุเกิน 15-20 ปี ก็จะพิจารณาเปลี่ยนทันที อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนทางเลื่อนอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมด อาจใช้เกณฑ์ระยะเวลามากำหนด ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เช่น มีระบบเซ็นเซอร์ตรงทางเลื่อนให้มีการตรวจจับได้โดยเร็วอาจจะมีการนำมาพิจารณาเพื่อเปลี่ยนแปลง” นายกีรติกล่าว

ชี้บทลงโทษของผู้รับผิดชอบ
นายกีรติกล่าวว่า สำหรับฝั่งบริษัทสยามฮิตาชิ ผู้ผลิตทางเลื่อนที่นำมาติดตั้งในสนามบินดอนเมือง หากตรวจสอบพบความผิด โดยในส่วนความรับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้รับทั้งในแง่ของการเป็นบริษัทผู้ติดตั้งระบบและเป็นผู้รับในเรื่องของการเป็นผู้ติดตามบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์ ดังนั้น จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาโดยที่บริษัทดังกล่าวต้องเข้าร่วมด้วย หากพบว่าเป็นความบกพร่องของระบบ หรือความบกพร่องของอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ถ้าเป็นความผิดของบริษัทและเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง เราจะดำเนินการแจ้งไปยังกรมบัญชีกลางในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน” นายกีรติกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับเรื่องการตรวจสอบหาความผิด หากพบว่าความผิดเกิดจากผู้ผลิต หรือผู้ตรวจบำรุงรักษา หรือความผิดเกิดจากพนักงานของสนามบินที่ตรวจบำรุงไม่รอบคอบจะมีการลงโทษอย่างเคร่งครัด ซึ่งก็อยู่ที่การตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายืนยันว่าจากการตรวจสอบทางเลื่อนดังกล่าว โดยพนักงานของสนามบินมีการบำรุงรักษาตามวงรอบ ทั้งแบบรายวัน รายเดือน (เพิ่งตรวจสอบไป 21 มิ.ย.66) ราย 3 เดือน รวมถึงรายปี และพนักงานของบริษัทผู้ผลิตจะตรวจสอบทุก 1 เดือน และ 3 เดือน

ทอท.รับคุยญาติเสนอเยียวยาแล้ว
นายกีรติกล่าวว่า เรื่องของการชดเชยและการเยียวยาสภาพจิตใจของผู้บาดเจ็บ ในเรื่องของตัวเลขขอไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ได้มีการพูดคุยกับทางญาติผู้เสียหายแล้ว และทางญาติผู้เสียหายก็รับฟังแนวทางในการเยียวยาของ ทอท. แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นเท่าไหร่ก็ยังอยู่ในกระบวนการอยู่
“ค่ารักษาพยาบาลและส่วนของการเยียวยาความเสียหายจะอยู่ในเรื่องเดียวกัน ปกติในการประกันจะรวมทั้งค่าใช้จ่ายตรงคือการจ่ายค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น รวมไปถึงค่าที่ต้องจ่ายชดเชยและเยียวยาด้วยเป็นวงเงินเดียวกัน ซึ่งมากพอสำหรับทั้ง 2 เรื่องนี้” นายกีรติกล่าว

