หน้าแรก เศรษฐกิจ TPL แจงผู้ถือ...

TPL แจงผู้ถือหุ้นใหญ่ “AQUA-สุระ-พงศ์ศักดิ์” ยังถือหุ้นครบ ปัดข่าวขายหุ้นออก เหตุไม่ได้รับจัดสรร IPO

3.07.23 | 17:13 น.

ซีอีโอ ไทยพาร์เซิล ออกโรงแจงนักลงทุน ปัดข่าวผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้น ยันบมจ.อควา คอร์เปอเรชั่น, สุระ คณิตทวีกุล และพงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ไม่ได้รับจัดสรรหุ้น IPO และปัจจุบันยังถือหุ้นที่มีอยู่เดิมครบ มั่นใจอนาคต โต High Growth

นายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) (TPL) ได้ชี้แจงกรณีข่าวตามสื่อสาธารณะหลายแหล่งนำเสนอข่าวหลักทรัพย์ TPL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดซื้อขายเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ในช่วงแรกราคาปรับตัวขึ้นร้อนแรงกว่า 100% จนตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกมาเตือนนักลงทุนว่ามีการซื้อขายแบบกระจุกตัว กระทั่งก่อนปิดตลาด ราคาปักหัวลงหลุดราคาไอพีโอ ปิดตลาดที่ราคา 2.22 บาทว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่ได้รับการจัดสรรหุ้น IPO ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนเกิดความเข้าใจผิด บริษัทขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.ผู้ถือหุ้นของบริษัทตามที่ปรากฏในข่าว ได้แก่ นายสุระ คณิตทวีกุล และนายพงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ได้เข้ามาลงทุนในช่วงที่บริษัทมีการลงทุนขยายธุรกิจตั้งแต่ในปี 2564 และบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาลงทุนในปี 2565 2. บริษัทยืนยันว่าผู้ถือหุ้นตามข้อ 1 ทุกราย ไม่ได้รับการจัดสรรหุ้น IPO ตามที่เป็นข่าว และยังคงถือหุ้นจำนวนเท่าเดิม และ 3. บริษัทได้รับการยืนยันจากผู้ถือหุ้นตามข้อ 1 ทุกรายว่าไม่ได้มีการขายหุ้นในวันแรก และยังถือหุ้นครบทั้งจำนวน

ทั้งนี้บริษัทฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้านโครงสร้างการถือหุ้นและการประกอบธุรกิจ โดยจะนำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับจากการระดมทุน (IPO) ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้เปิดเผยไว้ในหนังสือชี้ชวน เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผูัลงทุนต่อไป

นายภัทรลาภ กล่าวว่า มั่นใจอนาคตบริษัทฯเติบโตแบบ High Growth ตามแผนคือจะนำเงินไปซื้อยานยนต์ EV เพื่อประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้กว่า 50% ซึ่งช่วยผลักดันให้มีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงลงทุนขยายศูนย์คัดแยกสินค้าในต่างจังหวัด ลงทุนไอที และเพิ่มจุดกระจายสินค้า รองรับดีมานด์ลูกค้า SMEsในต่างจังหวัด เพิ่มฐานรายได้ ทำให้มั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 15% ตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า