นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกำกับตลาดและ หัวหน้าสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่าขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนบางแห่งที่มีสภาพคล่องการซื้อขายที่เพียงพอ และมีราคาตามมูลค่าทางบัญชี(พีบีวี) อยู่ในระดับต่ำ แต่มีมติแตกพาร์หรือลดมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นลงในระดับที่ไม่เหมาะสมและไม่เกิดประโยชน์กับผู้ที่ถือหุ้น อาจทำให้เกิดการเก็งกำไรเกิดขึ้นได้ ตลท.จึงมีแนวคิดออกเกณฑ์ให้บริษัทที่มีพาร์ต่ำกว่า 1 บาท หรือเพนนีสต็อกรวมพาร์ คาดว่าจะพิจารณาเสร็จในปี 2559 ส่วนบริษัทใดเข้าข่ายที่ต้องรวมพาร์บ้างนั้นต้องหารืออีกครั้ง
“หลักเกณฑ์ที่ว่าบริษัทใดเข้าข่ายที่ต้องรวมพาร์บ้างนั้น ต้องหารืออีกครั้ง แต่ตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม เช่น วิเคราะห์จากราคาตามมูลค่าทางบัญชี หากพบว่าบริษัทใดยังมีอัตราส่วนตัวเลขดังกล่าวในระดับต่ำ มีสภาพคล่องสูงเพียงพอสำหรับการซื้อขาย ก็อาจจะต้องรวมพาร์ เพราะอยากให้มีสภาพคล่อง ไม่อยากให้เกิดภาวะเก็งกำไรแบบเกินจริง ดังนั้น จึงต้องพิจารณาแนวทางนี้ แต่ยืนยันว่าหลังจากประกาศเกณฑ์แล้ว คงมีระยะเวลาให้ดำเนินการ”นายสุภกิจกล่าว

