ภาคธุรกิจโล่งการเมืองเริ่มชัดเจน ได้ประธานสภาสัญญาณดี ลุ้นสูตรตั้งรัฐบาล จับตาสามก๊กชิงอำนาจเดือด
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการลงคะแนนเลือกนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงให้เห็นว่าทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลยังคงมีแนวทางร่วมกันตามเอ็มโอยูที่ได้ลงนาม และยังมีแนวทางร่วมกันที่จะเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้มีความชัดเจนว่าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย หลังจากนี้ต้องติดตามกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด
ซึ่งมี 3 แนวทางอาจจะเกิดขึ้น คือ 1.ส.ว.ให้การสนับสนุนนายพิธาจนได้คะแนนเสียงเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) การประกาศนโยบาย รวมถึงการจัดทำงบประมาณได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อเนื่อง 2.กรณี ส.ว.ไม่สนับสนุนนายพิธา แต่ทั้ง 8 พรรคร่วมยังจับมือจัดตั้งรัฐบาล อาจจะเสนอแคนดิเดตจากพรรคร่วมขึ้นมาแทน ต้องพิจารณาว่า ส.ว.จะให้การสนับสนุนหรือไม่ 3.กรณี ส.ว.ไม่สนับสนุนบุคคลจาก 8 พรรคร่วม และเกิดการเปลี่ยนขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปในประเด็นนี้ วันนี้คงต้องดูไปทีละขั้นตอนว่าสถานการณ์จะออกมาในทิศทางใด หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีการชุมนุมประท้วง รัฐบาลนิ่งและมีเสถียรภาพคิดว่าเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว
นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์การเมืองมากนัก โดยเชื่อว่าพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลในฐานะพรรคที่ได้คะแนนเสียงสูงสุด การเลือกนายวันมูหะมัดนอร์เป็นประธานสภาเพื่อทำหน้าที่คุมการโหวตนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะต้องโหวตหลายครั้งกว่าจะผ่าน หากไม่ผ่านก็ยังมีแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย และมองว่าระหว่างนายพิธาและแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยยัง 50:50 สำหรับตำแหน่งนายกฯ โดยทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยต้องไปด้วยกัน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า การเลือกประธานสภาถือเป็นการแก้ปัญหาทางการเมืองไปได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดแต่เป็นเพียงด่านแรก เพราะการเมืองในครั้งนี้เป็นการชิงกันของพรรคใหญ่ที่ได้คะแนนสูสี และยังมีพรรคขั้วอำนาจเก่าคอยเข้ามาชิงตำแหน่งว่าที่รัฐบาล
” นอกจากนี้ แต่ละก๊ก แต่ละพรรค ก็จะมีกองเชียร์สนับสนุนแต่ละฝ่าย ซึ่งบางกลุ่มก็มีความเชื่ออย่างสุดเหวี่ยง อาทิ กลุ่มขั้วอำนาจเดิมก็มีกลุ่มเสื้อเหลือง ด้านพรรคเพื่อไทยก็ยังมีกลุ่ม นปช.หรือเสื้อแดง แม้แต่กลุ่มพรรคก้าวไกลก็มีผู้สนับสนุนของเขาเช่นกัน ที่ห่วงก็คือถ้าการเมืองไม่ลงตัว ด่านแรกไม่สามารถตกลงกันได้ และเมื่อมีการเปิดโหวตในรัฐสภา และผลออกมาให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้จากการเมืองในสภา ไปเป็นการเมืองที่ลงถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักธุรกิจกังวลกันเยอะ ดังนั้นเปลาะที่ใหญ่กว่า คือเรื่องการเลือกนายกฯ คราวนี้คงได้เห็นสามก๊กของจริง แต่ละพรรคก็มีการวางแผน กลยุทธ์วางคนแต่ละตำแหน่ง นักการเมืองก็คงไม่ได้รักษาคำพูดกันเท่าไร จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ละพรรคก็มีเหตุผลของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักใจว่า การเลือกนายกฯ จะราบรื่นไหม” นายธนิตกล่าว

