‘ธปท.’ เผยความพร้อมภาคการเงินรับเกณฑ์ ‘Taxonomy’ เพื่อโลกที่ยั่งยืน

5.07.23 | 17:03 น.

‘ธปท.’ เผยความพร้อมภาคการเงินรับเกณฑ์ ‘Taxonomy’ เพื่อโลกที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา Thailand Taxonomy กติกาใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืนว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมเร่งตัวและส่งผลกระทบรุนแรง สำหรับประเทศไทย โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีสัดส่วนสำคัญยังอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมและพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล หรือคิดเป็น 30% ของจีดีพี ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการปรับรูปแบบการทำธุรกิจ และวางแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกภาคส่วนในไทยจึงต้องเตรียมการและปรับตัวไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ทันการณ์ และไม่สะดุด

“ภาคการเงินในฐานะตัวกลางจัดสรรเงินทุนจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการปรับตัวโดยคำนึงถึงไทม์มิ่งและสปีชไม่ให้ช้าเกินไปจนเสี่ยงก่อให้เกิดความเสียหาย และไม่เร็วเกินไปจนตัดขาดธุรกิจที่ยังไม่พร้อม” นายรณดลกล่าว

นายรณดลกล่าวว่า การที่ภาคการเงินจะสนับสนุนเงินทุนได้อย่างตรงจุด จำเป็นต้องทราบก่อนว่ากลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กร หรือธุรกิจ มีสถานะการดำเนินการอย่างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในระดับใด จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือกลุ่มสีเขียวหรือไม่ ถ้าไม่ และอยู่ห่างจากความเขียวแค่ไหน จะได้เตรียมการและดำเนินการปรับตัวได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ สถาบันการเงินต้องสามารถประเมินสถานะของพอร์ตตนเองได้ว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้สามารถประเมินโอกาสและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

ปัจจุบันการกำหนดนิยามความเขียวแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานกลางในการกำหนดนิยามและจัดกลุ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า Taxonomy แม้หลายประเทศกำหนดนิยามแล้ว แต่บริบทของไทยไม่ได้เหมือนกับต่างประเทศ ดังนั้น ธปท. สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงาน Thailand Taxonomy เพื่อผลักดันให้มี Thailand Taxonomy ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และสอดคล้องกับหลักสากล

Advertisement

นายรณดลกล่าวว่า ในระยะที่ 1 จะมุ่งเน้นวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Mitigation) และครอบคลุมภาคเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ได้แก่ ภาคพลังงานและภาคการขนส่ง และจะทยอยทำในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรในระยะต่อไป

สำหรับภาคการเงิน ธปท.คาดหวังว่าสถาบันการเงินจะนำ Thailand Taxonomy ไปใช้เป็นจุดยึดโยงเพื่อประเมินสถานะของตนเองและลูกค้า 1.เพื่อให้ทราบว่าสถานะพอร์ตในภาพรวมของสถาบันการเงินมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมแค่ไหน จะได้บริหารจัดการความเสี่ยงได้ และ 2.เพื่อให้ทราบว่าลูกค้าของสถาบันการเงินจัดอยู่ในกลุ่มไหน ซึ่งการที่สถาบันการเงินทราบสถานะของทั้งตนเองและลูกค้านั้นจะทำให้สถาบันการเงินสามารถเริ่มต้นตั้งเป้า ปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานภายใน วางแผนปรับตัว ออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจไปสู่เส้นทางที่เป็นสีเขียวมากขึ้นได้อย่างราบรื่นและทันการณ์

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาคส่วนต่างๆ จะนำ Thailand taxonomy มาใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการกำหนดนโยบายหรือกลยุทธ์การสร้างโอกาสในการหาแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการโอกาสและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม” นายรณดลกล่าว