‘ภัทรา ศิลาอ่อน’ เปิดโลก 5 ทศวรรษ เอสแอนด์พี ‘ไม่ปรับ ไม่พัฒนา ก็เหมือนกับถอยหลัง’

6.07.23 | 10:03 น.

‘ภัทรา ศิลาอ่อน’ เปิดโลก 5 ทศวรรษ เอสแอนด์พี ‘ไม่ปรับ ไม่พัฒนา ก็เหมือนกับถอยหลัง’

อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 5 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2516 สำหรับร้านอาหารและเบเกอรี่ชื่อดัง “เอสแอนด์พี” (S&P) เจ้าของสโลแกน “ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย”

เรียกว่าผ่านมาทุกวิกฤตจนสามารถยืนหยัดมาถึงปัจจุบัน ไม่ว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จัดโปรลดราคาทุกวันพุธ ที่กลายเป็นหมัดเด็ด ฝ่าวิกฤต และทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นร้านไอศกรีมเล็กๆ และของว่าง เป็นตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 23 ต่อมาขยายธุรกิจสู่เบเกอรี่ และเข้าปักหมุดสาขาแรกที่สยามสแควร์ จากนั้นแตกกิ่งก้านสาขามาอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จนสร้างอาณาจักรกว่า 400 สาขา แบ่งเป็นร้านอาหาร 165 สาขาและเบเกอรี่ชอปอึก 268 สาขา และมีรายได้ไต่ทะยานจนแตะกว่า 6,000 ล้านบาทในปี 2566 คงเป้าเติบโต 15%ต่อปี

Advertisement

ปัจจุบัน”เอสแอนด์พี”บริหารงานโดยรุ่นลูก แต่รุ่นหนึ่งผู้ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก ยังคงดูแลไม่ห่าง เพราะเบื้องหน้าว่าสำคัญแล้ว เบื้องหลังนั้นสำคัญยิ่งกว่า

”ภัทรา ศิลาอ่อน” ผู้ก่อตั้งเอสแอนด์พี ในวัย 81 วันนี้ยังคงทำงาน พัฒนาเอสแอนด์พีที่ปลุกปั้นมากับมือไม่หยุด ในตำหน่งประธานกรรมการบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

“ตอนนี้เรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องของลูกๆเขา กับผู้บริหารใหม่ๆ เราพยายามทำในสิ่งที่มีอยู่ให้ดีและพัฒนาต่อไป อะไรที่ทำและไม่พัฒนามันก็เหมือนกับถอยหลัง พยายามปรับไปกับโลก และพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ารุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย”ภัทรากล่าวกับมติชนออนไลน์

พร้อมกับขยายความเพิ่มว่า เราก็ต้องทำให้ถูกใจเขา แต่ลูกค้าเก่าๆ อยากจะบอกลูกๆเขานะว่า ลูกค้ารุ่นเก่ามีอีกตั้งมาก และเราเจริญขึ้นมาได้เพราะคนรุ่นเก่า เราจะไปลืมเขาได้อย่างไง เรายังต้องรักษามาตรฐานที่คนรุ่นเก่าที่เขาชอบเรา และก็ยังดูแลเขา แต่คนรุ่นใหม่เราก็มีอะไรใหม่ๆ มารองรับเขาด้วย

ถามว่าการทำธุรกิจในปัจจุบันยากขึ้นหรือไม่หากเทียบกับเมื่อก่อนนั้น “ภัทรา”บอกว่า ไม่ต่างกัน เพราะเรามีคนทำอยู่แล้ว เราก็ช่วยดู รักษามาตรฐาน ดูความสะอาด ดูความเรียบร้อย ดูความอร่อย แต่ด้านตัวเลข ลูกๆเขาดู เรามีผู้บริหารที่ดี เป็นมืออาชีพและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้วในแต่ละส่วน

“ตอนนี้ป้าใหญ่(ชื่อเล่น) ยังอยู่ มันต้องเป็นสไตล์เรา มาปรับใหญ่อะไร เราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงว่าถ้าเราไม่อยู่แล้ว รุ่นลูกเราก็อาจจะมีการมาเปลี่ยนอะไรบ้าง แต่อะไรที่ดีอยู่แล้ว เราก็ต้องรักษาไว้ เพราะคนรุ่นเก่ายังเป็นลูกค้าเราอยู่ ต้องยึดตาม 4 เอกลักษณ์ที่เราตั้งไว้ คือ บริการเรียบร้อย มีแต่ของอร่อย สถานที่สะอาด บรรยากาศดี เป็นสิ่งที่เราต้องเก็บรักษาไว้”

กับวิกฤตโควิดที่กินเวลายาวนานร่วม 3 ปี “หัวเรือใหญ่เอสแอนด์พี” ยอมรับว่าได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็โชคดีเพราะมีของขาย ถ้าเป็นร้านอาหารอย่างเดียวคงลำบาก เพราะทุกคนต้องปิด

“เราโชคดีเราปิดเฉพาะส่วนที่นั่งทานอาหาร ส่วนที่ยังขายของ เราก็ยังขายได้ เรามีเดลิเวอรี่ มีคนเข้ามาซื้อกลับบ้าน แม้จะไม่ได้มานั่งทานในร้าน เพราะฉะนั้นเราจึงโชคดีที่เรามีส่วนนี้อยู่ คือ เราไม่ใช่ร้านอาหารอย่างเดียว เรามีของขายด้วย มีเบเกอรี่ที่ซื้อกลับบ้านได้ ถ้าเราไม่มีเทคโฮมหรือเดลิเวอรี่ก็ลำบาก แต่อย่าถามยอดขายนะ เพราะไม่รู้ ต้องไปถามลูกๆ เราจัดร้านอย่างเดียว”ภัทราแจกแจง

แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนแพง “ภัทรา”บอกว่า ไม่อยากขายแพง แต่ก็ต้องทำทุกอย่างให้ทุกคนซื้อได้ แต่ถ้าต้นทุนขึ้นเราก็คงต้องปรับราคาขึ้นตาม แต่ปรับเฉพาะตัวที่วัตถุดิบขึ้นราคา พยายามจะไม่ค้ากำไรเกินควร เน้นวอลุ่มมากกว่า สมัยก่อนพอพูดถึงเอสแอนด์พี คนอาจจะนึกเค้ก สมัยนี้อาหารเราก็ไม่น้อยหน้าเค้ก แต่เค้กจะขายดีมาก และเรามีเบกอร์รี่ชอปด้วยกว่า 300 ร้าน ร้านอาหารอีก 100 กว่าร้าน

“ภัทรา”ยังเล่าว่าสาขาเป็นซิกเนเจอร์ของเอสแอนด์พี คือ สาขาทองหล่อ ซึ่งเป็นสาขาที่เปิดมากว่า 20 ปี โดยสาขาใหญ่ๆ จะมีที่ทองหล่อ สุขุมวิท 26 และมีอีกหลายแห่ง แต่เสียดายที่สยามสแควร์ที่เป็นสาขาที่สองของเราได้ปิดไปเพราะสยามสแควร์มีการปรับปรุงใหม่ เรายังไม่ได้ไปเปิด ก็เสียดาย เพราะที่นั่นเป็นแลนด์มาร์กของเรา เพราะเป็นสาขาที่สองที่เราเปิดต่อจากสาขาแรกที่ประสานมิตร ส่วนสาขาใหม่ๆ ทางลูกๆก็เปิดกันอยู่เรื่อยๆ เราก็ตามไม่ทัน แต่เราก็จะตามไปจัดร้าน ซึ่งร้านเก่าๆเราก็ตามไปจัดร้านเหมือนกัน

“เวลาว่าง จะดูความเรียบร้อยของร้านตลอด มีร้องเพลงบ้าง เพราะชอบร้องเพลง เราจะจัดคอนเสิร์ต 50 ปี เพราะตอน 20 ปี 25 ปี เราจัดคอนเสิร์ตใหญ่เลย ซึ่งดีมากเลย ตอนนี้เราก็อยากทำแบบนั้น เพราะครบ 50 ปีแล้ว”ภัทรากล่าว

พร้อมย้ำว่าปัจจุบันเอสแอนด์พียังไม่มีแผนจะแตกไลน์ทำธุรกิจอื่น ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอาหารอย่างต่อเนื่อง จะไปทำอสังหาริมทรัพย์ก็ทำไม่เป็น เราทำอะไรที่เราชำนาญดีกว่า ไม่ใช่ว่าเห็นใครเขาทำอะไรแล้ว อยากจะไปทำตาม เราก็ทำสิ่งที่ชอบก่อน ชอบแล้วเราก็ทำมาต่อเนื่อง จนเกิดความชำนาญ และเราก็ทำต่อไป แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าชอบแป๊ปเดียวแล้วเลิกก็จบ มันไม่มีวันดีอย่างแน่นอน