กกร.เร่งทำหนังสือขอ ‘บิ๊กตู่’ ช่วยลดค่าไฟ ยกเหตุผลเชื้อเพลิงถูก ใช้น้อยลง ผลิตในประเทศเพิ่ม
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาลดค่าไฟงวดปลายปีช่วยเหลือประชาชน ให้เหลือระดับ 4.25 บาทต่อหน่วยหรือน้อยกว่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย คาดว่าจะส่งได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยโดยเฉพาะจากแหล่งเอราวัณทยอยเพิ่มจาก 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในเดือนกรกฎาคมและเพิ่มเป็น 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนธันวาคมนี้ รวมทั้งปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจีลดลง ตลอดจนราคาแอลเอ็นจี สปอตลดลงมากกว่า 30% ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และภาระหนี้ของ กฟผ. ทั้งงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ลดลงเร็วกว่าแผนด้วยต้นทุนจริง ราคาแอลเอ็นจีต่ำกว่าที่เรียกเก็บ แม้ว่าค่าเงินบาทยังอ่อนค่าในระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ กกร.เสนอภาครัฐพิจารณาขยายเวลาการคืนหนี้ให้ กฟผ.จาก 5 งวด เป็น 6 งวด เพื่อให้ค่าเอฟทีลดลงอีก 10 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่ง กฟผ.จะได้รับเงินคืนครบภายในเดือนสิงหาคม 2568 ขอให้มีการบูรณาการในการจัดหาเชื้อเพลิงแอลเอ็นจี มอบหมายผู้นำเข้าหลักเพียงรายเดียว ในการจัดหาเพื่อเป็นการสกัดดีมานด์เทียมจากชิปเปอร์หลายรายที่เข้าจัดหาในตลาด สำหรับนำมาผลิตไฟฟ้าในงวดใหม่ ให้ได้ราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาด และไม่ให้ประเทศเสียเปรียบ โดยการจัดหาในราคาเฉลี่ยแอลเอ็นจี ช่วง 14-16 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่ง กกร.มีความกังวลว่า หากเข้าสู่ฤดูหนาวจะทำให้ราคาแอลเอ็นจี ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานในโลก

