‘ก.ล.ต.’ แจงกรณีหุ้น ‘สตาร์ค’ รับที่ผ่านมาอธิบายน้อย แต่ยืนยันทำงานเต็มที่
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK) กรรมการ อดีตกรรมการและอดีตผู้บริหารของสตาร์ค รวม 10 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมทั้งส่งยึดอายัดทรัพย์สินและห้ามออกนอกประเทศ 15 วันนั้น สามารถยื่นขอศาลอาญาขยายระยะเวลาได้
นายธวัชชัยกล่าวว่า ส่วนที่มีกรณีข่าวว่าผู้ถูกกล่าวโทษบางรายได้หนีออกประเทศไปแล้ว เป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนจะไปติดตามตัวกระทำผิดต่อไป โดยสาเหตุของการกล่าวโทษคือการเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะงบการเงินที่ถูกนำไปขายในตราสารหนี้เป็นข้อมูลปลอม เมื่อข้อมูลไม่ถูกต้อง ก.ล.ต.ได้เห็นเรื่องการตกแต่งบัญชีจึงดำเนินการในสิ่งที่สามารถทำได้ก่อน เพราะบางเรื่อง ก.ล.ต.ไม่ได้มีอำนาจทำเองได้ ต้องประสานกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
“ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ไม่ค่อยได้อธิบายมากนัก เพราะเรื่องยังอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จึงเกิดความไม่มั่นใจในสังคม แต่ขอย้ำว่าพยายามทำตามบทบาทอำนาจหน้าที่ทั้งหมด แต่เพราะขั้นตอนการทำงานมีหลายส่วน อะไรที่ทำได้ก่อนก็จะเร่งรัดทำกันอย่างเต็มที่ ส่วนการดำเนินคดีที่อาจมีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่มีข้อนั้นข้อนี้ ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างต้องทยอยออกมาตามที่สามารถทำได้ก่อน ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้ก็จะมีการดำเนินการกับส่วนอื่นต่อไป อาทิ ดีเอสไอ ปปง. ตลาดหลักทรัพย์ฯ” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวด้วยว่า คำถามที่หลายคนสงสัยว่าโทษที่กำหนดไว้เบาเกินไป หรือเหตุใดจึงไม่มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน มาตรา 267 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในข้อเท็จจริงยังมีแนวทางในกระบวนการที่ต้องดำเนินการหากจะใช้มาตราดังกล่าวอยู่ ไม่ได้เป็นการตั้งข้อสงสัยเพียงเท่านั้น แล้วก็สามารถใช้มาตรา 267 ได้ทันที เพราะหากต้องสงสัยอย่างเดียวแล้วไปกล่าวหาจะยังไม่เพียงพอ เพราะมีผลกระทบในหลายด้านต่อจากนี้ ยืนยันว่าหากอะไรที่เข้าเกณฑ์เอาผิดก็จะดำเนินการอย่างแน่นอน แต่บางครั้งต้องใช้เวลาในขั้นตอนต่างๆ อาทิ จะมีการทักท้วงหรือไม่ รวมถึงพยานหลักฐานหากไปถึงเรื่องการซื้อขายในแง่มุมต่างๆ
นายธวัชชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ กรณีบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (PDITL) 1 ใน 10 รายชื่อที่ถูกกล่าวโทษว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกับสตาร์คต้องอายัดทรัพย์สินนั้น ถือว่าไม่ได้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจยังคงสามารถทำได้ปกติ รวมถึงยังสามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ตามปกติ
นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการปั่นราคาหุ้นหรือไม่ เพราะมีกรณีการซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อตของผู้บริหารในช่วงเวลาดังกล่าว เบื้องต้นในหลักการสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเท็จไปในการซื้อขายหุ้น ซึ่ง ก.ล.ต.ก็มีหน้าที่ต้องติดตามเช่นกัน หรือกรณีผู้สอบบัญชีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้สอบบัญชี ก.ล.ต.ไม่ได้มีอำนาจในการถอดใบอนุญาตผู้สอบบัญชี เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของสภาวิชาชีพบัญชี แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบด้วย หากมีความผิดก็จะดำเนินการเพิกถอนสิทธิต่อไป ซึ่งหลักฐานในชั้นนี้ยังไม่พบความผิดใดๆ กระทั่งการปั่นราคาก็มีหลายส่วน อาทิ การแพร่ข่าวเท็จหรือการสร้างราคา หรือการใช้ข้อมูลภายในที่คนอื่นไม่รู้ ก็ยังต้องใช้เวลาการตรวจสอบด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ก.ล.ต.ได้ฤกษ์ ฟัน 10 ผู้บริหาร ‘สตาร์ค’ ส่ง ‘ดีเอสไอ’ ฐานแต่งงบ-ทุจริตหลอกลวง
- ดีเอสไอค้น15จุด บ้านชนินทร์-ออฟฟิศ ผู้เกี่ยวข้อง คดีหุ้นSTARK ยึดเอกสารธุรกรรมตรวจสอบ

