เปิดผังเส้นทางเงิน คดีหุ้นSTARK ดีเอสไอยัดรถยนต์หรู 4 คัน ทรัพย์สินกว่า100ล. “ชนินทร์’ เตรียมออกหมายเรียกเพิ่มอีก 10 ราย
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2566 น.ส.พิทยาภรณ์ ชูรัตน์ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงความคืบหน้า คดีพิเศษที่ 57/2566 หรือ คดีหุ้น STARK ซึ่ง เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566 ดีเอสไอออกหมายเรียก นายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการบริษัท และนายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตกรรมการบริษัทและในฐานะประธานบริหารฝ่ายการเงิน ในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ปรากฏว่า นายชนินทร์ได้เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่ 24 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา ต่อมา DSI ขออำนาจศาลออกหมายจับแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนนายศรัทธาได้ส่งเอกสารขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 20 ก.ค.2566 โดยเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัท STARK และบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบ้านพักของนายชนินทร์ กับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวม 15 จุด โดยการตรวจค้น พบพยานหลักฐานหลายรายการเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม ทางการเงินของบริษัท STARK รวมถึงตัวนายชนินทร์ จึงตรวจยึดอายัดเอาไว้ รวมถึงทรัพย์สินบางรายการ อาทิ รถยนต์หรู 4 คัน ของนายชนินทร์ ซึ่งเป็นการอายัดทางทะเบียน แต่เนื่องจากรถทั้ง 4 คัน ไม่ได้อยู่ในจุดที่ตรวจค้น ดังนั้น จึงขอให้บุคคลที่ครอบครองรถทั้ง 4 คัน รีบนำรถส่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอโดยด่วน หากล่าช้าหรือปล่อยให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอตามพบ ผู้ครอบครองอาจจะถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฟอกเงินด้วย

จากการตรวจสอบและสืบสวนเส้นทางการเงิน ตลอดถึงการทำธุรกรรมของบริษัท STARK ทำให้ทราบว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง แต่จำนวนเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และภายในสัปดาห์หน้าดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกในฐานะพยานกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในระดับกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นบุคคลที่ทาง ก.ล.ต.ร้องทุกข์กล่าวโทษไปเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในจำนวนนี้มีหลายคนตอบรับพร้อมเข้าพบและให้ข้อมูลกับดีเอสไอแล้ว แต่เป็นวันเวลาใดนั้น ขอสงวนข้อมูลเนื่องจากผู้ถูกเรียกทั้งหมดยังไม่ใช่ผู้ต้องหา

ส่วนกรณีของนายชนินทร์ ซึ่งเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเดินทางออกนอกประเทศ ก่อนถูกออกหมายเรียกผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566 และเป็นการออกนอกประเทศหลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเมื่อ 20 มิ.ย.2566 โดยพบว่า จุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่จะเดินทางต่อไปที่ใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ถึงแม้นายชนินทร์จะส่งหนังสือแจ้งเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่ในหนังสือไม่ได้ระบุวันเวลาที่จะเข้าพบ ทำให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอขออำนาจศาลออกหมายจับไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.2566 ส่วนทรัพย์สินของนายชนินทร์ ทางดีเอสไอได้ดำเนินการอายัดไว้แล้ว มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จากนี้ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่ทาง ก.ล.ต.ดำเนินการอายัดไว้ แต่จำนวนเท่าไหร่ ทาง ก.ล.ต.ยังไม่เปิดเผย

รองโฆษกดีเอสไอกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษเพิ่มเติม รวม 10 ราย ขณะนี้ ดีเอสไอก็ได้ออกหมายเรียกทั้งหมดแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยวันเวลาได้ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของพยานด้วย และในระหว่างที่ ก.ล.ต.อายัดทรัพย์สินไว้ ทางดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ เพื่อให้ทันกรอบเวลาที่มีการอายัดทรัพย์สินไว้ อย่างไรก็ดี ทางดีเอสไอมั่นใจว่าจะสามารถสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้อีกจำนวนมาก ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใครเพิ่มเติม กรณีนายชนินทร์ ที่มีข่าวออกนอกประเทศไปแล้วนั้น

ทางดีเอสไอตรวจสอบข้อมูลกับทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พบว่า มีการเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2566 ซึ่งเบื้องต้นทราบปลายทางว่าเป็นประเทศสิงคโปร์ แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ามีการเดินทางไปที่อื่นแล้วหรือไม่ ส่วนรายอื่นๆ ทาง ก.ล.ต.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ระงับการเดินทาง แต่ดีเอสไอจะระงับการเดินทางออกนอกประเทศได้ก็ต่อเมื่อมีการออกหมายจับแล้วเท่านั้น

“คดีนี้ต้องขอเวลารวบรวมหลักฐาน เพราะว่าเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างมาก มีหลักฐานเส้นทางการเงิน มีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ดังนั้นการดำเนินการต้องเป็นไปอย่างรัดกุมและรอบคอบมากที่สุด อาจจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง แต่ขอให้มั่นใจว่ากรมดำเนินการอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งตอนนี้เราก็เพิ่งรับเป็นคดีพิเศษมาไม่ถึง 1 เดือน” น.ส.พิทยาภรณ์กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสัปดาห์หน้า ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียก น.ส.ยสบวร (สงวนนามสกุล) เลขานุการนายชนินทร์ ในฐานะผู้ต้องหาภายในสัปดาห์หน้า แต่ขอไม่เปิดเผยวันเวลาที่ออกหมายเรียก

