หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ฮุนได เครต้า ...

ฮุนได เครต้า ขอกลับมาล้างตา

8.07.23 | 14:43 น.

ถือว่าเป็นการล้างตา สำหรับ ฮุนได เครต้า รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หลังจากเคยเข้ามาทำตลาดประเทศไทยเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะตั้งราคาขายไว้สูง แต่ในเมื่อมั่นใจในคุณภาพรถ จึงตัดสินใจกลับมาทำตลาดอีกครั้ง

มาครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะครั้งนี้บริษัทแม่จากเกาหลีมาเอง ในนาม ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เข้าสู่เดือนที่ 3 มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเมืองไทย

การกลับมาครั้งนี้ของ เครต้า นำเสนอรุ่นแบล๊ก อิดิชั่น รุ่นใหม่ เป็นตัวชูโรง มาพร้อมเครต้าในรุ่นสีทูโทน มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย เพิ่มอุปกรณ์และความสดใหม่ ในราคาที่ดึงดูดการเป็นเจ้าของ

เครต้าแบล๊ก อิดิชั่นตกแต่งพิเศษด้วยกระจังหน้าสีดำ พร้อมไฟดีอาร์แอลแบบ ฮิดเดนไทป์ (hidden-type), โลโก้กระจังหน้าสีโมโนโครม, ช่องลมกันชนหน้าและซี่กระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาสีดำ ด้านข้างเสริมความเข้มด้วยคิ้วหลังคา ซีพิลลาร์ (C-pillar) พร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว สีดำ 

Advertisement

พิเศษสุดคือ สีดำ มิดไนต์ แบล๊ก เพิร์ล มีให้เลือกในรุ่น ฮุนได เครต้าแบล๊ก อิดิชั่นเท่านั้น และยังมีการติดตั้งเครื่องเสียง BOSE อีกด้วย

ส่วนรุ่นสีตัวถังทูโทน สงวนสิทธิเฉพาะรุ่นย่อย สมาร์ท, สไตล์ และ สไตล์ พลัส เท่านั้น โดยผสานหลังคาสีดำเข้ากับสีตัวถังมีให้เลือก ประกอบด้วย สีขาว ครีมมี่ ไวต์ เพิร์ล, สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ และ สีแดง ดรากอน เรด เพิร์ล ในขณะที่รุ่นย่อย เทรนด์ จะมีสีตัวถังให้เลือกเพียงสีเดียวกับ สีขาว ออปติก ไวต์

ฮุนได เครต้า มาพร้อมกับกระจังหน้าแบบ พาราเมทริก เจเวล กริล เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์การออกแบบจากฮุนได แบบ พาราเมตริก ไดนามิก ผสานกระจังหน้าและโคมไฟเข้าเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน จนแยกส่วนกันไม่ออกเมื่อดับไฟหน้า ส่วนไฟท้ายมาในรูปทรงของบูมเมอแรง และไฟเบรกแบบ HMSL 

กระจกบานหน้าดีไซน์มาให้โอบล้อมห้องโดยสาร ทัศนวิสัยกว้างขวาง ล้อขนาด 17 นิ้ว สีไดมอนด์คัต เสริมภาพลักษณ์สปอร์ต 

เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบไอวีที ปรับรูปแบบการขับขี่ได้ 4 แบบ ประกอบด้วย นอร์มอล, อีโค, สปอร์ต และสมาร์ท อีกทั้งยังมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control)

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม 

ห้องโดยสาร ด้านหน้าจัดวางให้แดชบอร์ดทอดตัวยาวถึงแผงประตูในลักษณะเดียวกับรูปทรงของปีกนก ส่วนหน้าจอสัมผัสมีขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่าน แอนดรอยด์ ออโต้ และ แอปเปิล คาร์เพลย์ ช่องลำโพงแบบสามมิติ, หัวเกียร์ตกแต่งสีเงิน, ไฟส่องสว่าง แอมเบียนไลต์ และ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ฮุนได เครต้า มาพร้อมกับระบบ พุช สตาร์ต, มาตรวัดดิจิทัล ขนาด 10.25 นิ้ว, ระบบแจ้งแรงดันลมยางอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และแท่นชาร์จไร้สาย นอกจากนั้น ยังมีระบบสตาร์ตเครื่องยนต์จากรีโมต

มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS ควบรวมเทคโนโลยีหลายรายการใน ฮุนได สมาร์ทเซนส์ มีทั้งระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCW, กล้องมองภาพด้านหลัง, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA, ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง RCCA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEW และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW รวมทั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากมาตรฐานทดสอบการชน อาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)

ฮุนได เครต้าแบล๊ก อิดิชั่นมีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน 

รุ่นล่าสุดนี้ปรับราคาลงจากเดิม เมื่อต้นปีที่แล้ว 9.49-9.99 แสนบาท ลดลงเหลือ 7.89-8.99 แสนบาท ในรุ่นปกติ

ส่วนรุ่นพิเศษ ฮุนได เครต้าแบล๊ก อิดิชั่นมีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ราคาอยู่ที่ 9.59 แสนบาท

เล็งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปที่หนุ่มสาววัยเริ่มทำงาน 

การกลับมาครั้งนี้ถือว่าเป็นการล้างตาเมื่อบริษัทแม่ลงมาลุยเอง เพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ฮุนได เครต้า ไม่ธรรมดา ถึงกล้ากลับมาอีกครั้ง

 

เปิดใจวัลลภ เฉลิมวงศาเวช

เอ็มดีคนไทยคนแรกของฮุนได

 แม้จะล้มลุกคลุกคลานในตลาดรถยนต์เมืองไทย เพราะผู้ทำตลาดถอดใจ ยอมถอย ทำให้ลูกค้าเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่หลายปี แต่ในที่สุดค่ายฮุนไดก็กัดฟัน หวนกลับสู่ตลาดประเทศไทยอีกครั้ง

มาครั้งนี้ บริษัทแม่จากเกาหลีมาลงสนามแข่งขันด้วยตัวเอง ในนาม บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม..2566 เป็นต้นมา

และมาครั้งนี้ ฮุนได ไว้วางใจให้ผู้บริหารคนไทยคนแรก ที่มากไปด้วยประสบการณ์และความสามารถอย่าง โอ๊ค หรือ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช มากุมบังเหียนในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่ 1 ..2566 เป็นต้นมา 

วัลลภ เฉลิมวงศาเวช คร่ำหวอดอยู่ในวงการรถยนต์มาอย่างยาวนานในกลุ่มรถยนต์หรูระดับพรีเมียมลักชัวรี่ อย่างปอร์เช่ อาวดี้ เบนซ์ แถมยังเคยเป็นอาจารย์สอนด้านการตลาดให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดัง และยังเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายองค์กรอีกด้วย

วัลลภเปิดใจกับมติชนถึงความท้าทายเมื่อตัดสินใจมาอยู่กับฮุนได

กดดันหรือไม่ เมื่อต้องมาอยู่กับแบรนด์ฮุนไดของเกาหลี ขณะที่ต้องแข่งขันกับทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและจีน

ไม่กดดัน แต่รู้สึกถึงความท้าทายมากกว่า สิ่งสำคัญต้องเรียนรู้ให้มาก โชคดีมาเจอทีมงานที่น่ารัก ทั้งคนเกาหลีและคนไทย ให้การซัพพอร์ตดีมาก รับฟังเต็มที่ พร้อมก้าวเดินไปด้วยกัน ได้เห็นความมุ่งมั่นของทีมงาน การเข้ามารับตำแหน่งนี้ ทางผู้บริหารที่เกาหลีให้ความสำคัญกับตลาดประเทศไทยอย่างมาก ผู้บริหารระดับซีเนียร์ ไวซ์ เพรสสิเดนท์ มาสัมภาษณ์ผมด้วยตัวเอง ทำให้มั่นใจว่า ฮุนไดจะสามารถแข่งขันในตลาดเมืองไทยได้แน่นอน

วางเป้าหมายยอดขายปีนี้ไว้เท่าไหร่

เมื่อปีที่แล้วเราขายได้ประมาณ 4.5 พันคัน แต่ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ประมาณ 9.5 พันคัน แบ่งเป็นรุ่น สตาเรีย 50% หรือประมาณ 4 พันคัน เอชวัน 1 พันคัน สตาเกเซอร์ 3 พันคัน เครต้า 1.2 พันคัน และปีนี้จะเปิดตัวรุ่นใหม่ 2-3 รุ่น ส่วนโชว์รูมตอนนี้มี 30 แห่ง มีแผนจะเพิ่มอีก 10 แห่งในปีนี้

จุดเด่นของฮุนไดที่จะไปแข่งขันกับรถยนต์จากจีนและญี่ปุ่น

เรามั่นใจว่าเราเป็นรถยนต์พรีเมียมแมส นำเสนอรถยนต์คุณภาพ สมรรถนะการขับขี่สูงหรือไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ช่วงล่างดี ภาพรวมแล้วลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดี จะค่อยๆ ซึมซับ เราเน้นมองระยะยาว ส่วนแผนระยะสั้นและกลางเป็นเรื่องรอง เรามองถึงอีก 10 ปีข้างหน้า ฮุนไดจะเป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทย

บริษัทแม่ที่เกาหลีให้การสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน

ฮุนไดเกาหลีให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนมาก และมองว่าตลาดเมืองไทยสำคัญมาก ให้การสนับสนุนด้านราคาขาย การนำรถที่ผลิตจากอินโดนีเซียเข้ามาทำตลาดเมืองไทย

ทางเกาหลีซับพอร์ตเต็มที่ ที่สำคัญเราซื้อรถด้วยเงินยูเอสดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อตอนนี้ดอลลาร์แข็ง ทำให้ราคารถนำเข้าสูง แต่ทางบริษัทแม่ช่วยเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการที่ฮุนไดเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยอย่างเต็มที่

นายพล