พนง.ฮือบุกกลต.เคลียร์อายัดทรัพย์สตาร์ค ‘วนรัชต์’ครวญแช่แข็งธุรกิจ-ไม่มีเงินจ่ายพนง. ‘ดีเอสไอ’บุกค้นบ้านหรู’ชนินทร์’ ยึดเงินสด-เก็บหลักฐานธุรกรรม
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดำเนินการเอาผิดนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์จากการตกแต่งบัญชีงบการเงินและปั่นหุ้นบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้นักลงทุนได้รับความเสียหายกว่า 1 หมื่นรายนั้น
นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสตาร์ค หนึ่งในผู้ถูกกล่าวโทษคดีดังกล่าว กล่าวถึงกรณี ก.ล.ต.มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดที่ถูกกล่าวโทษ รวม 10 ราย เป็นเวลา 180 วัน และห้ามผู้ถูกกล่าวโทษเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวมีกำหนด 15 วันว่า การอายัดทรัพย์สินของอดีตกรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทสตาร์ค ถือเป็นการทำตามหน้าที่ แต่การอายัดทรัพย์สินบริษัทที่ยังประกอบธุรกิจอยู่ ตั้งแต่บริษัทสตาร์ค บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์ฯ บริษัท อดิสรสงขลาฯบริษัท ไทยเคเบิ้ลฯ ทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่าบริษัทพวกนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะจ่ายเงินเดือนพนักงาน จ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ได้หรือไม่ หากดำเนินการไม่ได้ ต้องหยุดโรงงานไป 180 วัน แล้วจะผิดสัญญาส่งมอบสินค้าหรือไม่
‘ยิ่งเฟ้ลปส์ดอด์จขายสายไฟให้การไฟฟ้า ถ้าผิดสัญญาส่งของไม่ได้โดนแบล๊กลิสต์ แล้วจะไปยังไงต่อ แน่นอนคนกลุ่มแรกที่เดือดร้อนโดยตรงคือ พนักงานบริษัทที่ต้องถูกลอยแพ และบรรดาคู่ค้าที่วางบิลไปแล้ว หรือผลิตของ ส่งของให้ แต่ยังไม่ได้เงิน คนพวกนี้จะได้รับเงินเดือนสิ้นเดือนนี้ไหม พนักงานคงเตรียมหางานใหม่ คู่ค้าก็เลิกคบ ‘นายวนรัชต์กล่าว
วันเดียวกัน ที่สำนักงานก.ล.ต. มีพนักงานกว่า 300 คนของบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตสายไฟฟ้าและเคเบิ้ลรายใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท สตาร์คฯ เดินทางไปเรียกร้องขอความชัดเจนหลังก.ล.ต.มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของบริษัท
ขณะที่ น.ส.พิทยาภรณ์ ชูรัตน์ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตหุ้นสตาร์คว่า ขณะนี้ศาลอาญาได้ออกหมายค้นรวมจำนวน 15 จุดที่มีความเชื่อมโยงคดี เพื่อหาพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน โดยได้เข้าตรวจค้นบริษัทจำนวน 5 จุด ได้แก่ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีมเอ โฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่พบการทำธุรกรรมในทางบัญชีและการเงินที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และเข้าตรวจค้นบ้านนายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตผู้บริหารบริษัทสตาร์ค ที่ถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนี ที่พักผู้ต้องสงสัยและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้ต้องสงสัยรวม 10 จุด โดยพบและยึดสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการสอบสวนทั้งเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ ในบริษัท สตาร์ค และบริษัทในเครือ พร้อมยึดเงินสด อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
“การตรวจค้นพบพยานหลักฐานหลายรายการเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทสตาร์ค รวมถึงตัวนายชนินทร์ จึงตรวจยึดอายัดเอาไว้ ส่วนทรัพย์สินบางรายการ อาทิ รถยนต์หรู 4 คัน สำหรับทรัพย์สินของนายชนินทร์ ดีเอสไออายัดไว้มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท’ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าว

