นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ช.การช่าง เปิดเผยว่า ตามที่ภาครัฐมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนปี 2559-2560 จำนวน 56 โครงการ กว่า 2.2 ล้านล้านบาท จะส่งผลให้ภาพรวมตลาดรับเหมาก่อสร้างปี 2560 เติบโต 30-40% และเป็นปีทองของภาคธุรกิจ คาดว่าจะมีงานประมูลออกมาแน่นอน 5 แสนล้านบาท
ช.การช่างมีความพร้อมทั้งกำลังคน เครื่องมือ เทคโนโลยี ขีดความสามารถทางการเงินและพันธมิตธุรกิจ คาดว่าจะได้งาน 20-25% จากงานที่จะออกมา 5 แสนล้านบาท
พร้อมเข้าประมูลงานอย่างต่อเนื่อง เช่น สายสีม่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ, สีส้มศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน, รถไฟทางคู่ที่ซื้อซอง 5 เส้นทาง ระบบเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ทยา-มาบตาพุด, บางปะอิน-โคราชและบางใหญ่-กาญจนบุรี ปีหน้า ช.การช่างจะครบ 45 ปี รับการเข้าสู่ปีทองอินฟราสตรักเจอร์ จะมีงานใหม่ ๆ มาเสริมงานในมือได้ 2 ปีสบาย”
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชัน กล่าวว่า บริษัทเตรียมพร้อมทั้งคน เครื่องมือและการเงินที่จะเข้าร่วมประมูลก่อสร้างทุกโครงการอยู่แล้ว เช่น สายสีม่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ, สีส้มศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน รถไฟทางคู่ที่ซื้อซองประมูลทั้ง 5 เส้นทาง คาดว่าจะมีโอกาสได้งานอย่างน้อย 20%
ส่วน บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ มีงานที่กำลังก่อสร้างและรอเซ็นสัญญาในเมืองไทยประมาณ 300 โครงการ รวม 205,502 ล้านบาท เช่น มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช, ศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง และพร้อมจะเข้าร่วมประมูลทุกโครงการ ที่รัฐบาลจะเปิดประมูล เช่น สุวรรณภูมิเฟส 2, รถไฟทางคู่ , รถไฟความเร็วสูง รวมถึงจะเสนอตัวลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 กว่า 8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้งานใหม่เพิ่มอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท หรือ 25-30% ทำให้บริษัทมีงานในมือ 4 แสนล้านบาท
ขณะที่ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน ขณะนี้มียอดรอรับรู้กว่า 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีแบ็กล็อก 4 หมื่นล้านบาท จะรับรู้รายได้อีก 4 ปี เฉลี่ยปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท และปีหน้าบริษัทพร้อมจะเข้าประมูลทุกโครงการของรัฐบาลที่ประกาศออกมา

