หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตาตั้งรัฐบ...

จับตาตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง

10.07.23 | 09:57 น.

จับตาการเมืองไม่แน่นอน การจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.13 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 35.20 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 34.90-35.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.05-35.25 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อนหน้า เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบโซน 35.05 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ออกมาต่ำกว่าคาด ส่วนราคาทองคำก็รีบาวด์ขึ้นทดสอบโซน 1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง หลังยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) ออกมาต่ำกว่าคาด ทว่าอัตราการเติบโตของค่าจ้างยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคงมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อในการประชุมเดือนกรกฎาคมได้

“ในสัปดาห์นี้ ควรรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่จะชี้ชะตาแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด พร้อมจับตาสถานการณ์การเมืองไทย (โหวตเลือกนายกฯ) อย่างใกล้ชิด”นายพูนกล่าว

Advertisement

นายพูน กล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท ควรระวังความผันผวนจากสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งอาจกระทบต่อทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติได้ โดยแม้โมเมนตัมเงินบาทฝั่งอ่อนค่าจะแผ่วลงมากขึ้น แต่หากการโหวตเลือกนายกฯ ยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจทำให้การจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ นักลงทุนต่างชาติก็อาจขายสินทรัพย์ไทยต่อ กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาทจะอยู่ในโซน 35.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ แนวรับสำคัญจะอยู่แถว 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์

ในส่วนเงินดอลลาร์มีโอกาสผันผวนสูงได้เช่นกัน ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI โดยหากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ไม่ได้ชะลอลงตามคาด ก็อาจหนุนให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจต้องเห็นว่าผู้เล่นในตลาดมั่นใจมากขึ้น ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ถึง 2 ครั้ง

“ช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยการเมืองไทยและการปรับเปลี่ยนมุมมองไปมาของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายเฟด ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูนกล่าว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจฝั่งไทย ไฮไลท์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ สถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเราประเมินว่า แคนดิเดตจากฝั่งพรรคก้าวไกลและพันธมิตร อาจขาดเสียงสนับสนุนจากฝั่งวุฒิสภาพอสมควร ทำให้การโหวตเลือกนายกฯ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงและอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติยังคงทยอยขายสินทรัพย์ไทยต่อได้

“อย่างไรก็ดี หากการโหวตเลือกนายกฯ ราบรื่นกว่าที่เราคาด เราประเมินว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนก็อาจทยอยฟื้นตัวดีขึ้นและหนุนให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาทยอยซื้อสินทรัพย์ไทยมากขึ้นได้”นายพูนกล่าว