จีนชวนไทย ร่วมงานเอ็กซ์โปมณฑลกว่างซี ‘จุรินทร์’ เผยข่าวดีส่งออกผลไม้ไทย 3 ด่านจีนเปิดให้ 24 ชั่วโมง ชี้ตั้ง รบ.ช้า อาจเสียโอกาสการค้าโลก
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับ นางช่าย ลี่ซิน รองประธานเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า นางช่าย ลี่ซิน ได้มาเชิญตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมงาน The 20 th China – ASEAN Expo หรือ CAEXPO 2023 ที่จัดในวันที่ 16-19 กันยายน 2566 ซึ่งตนเคยนำคณะตัวแทนรัฐและเอกชนเข้าร่วมงานมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อนหรือก่อนเกิดโควิดระบาด ทั้งนี้ ตนได้ตอบรับคำเชิญในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมการจัดงานครั้งนี้ และเบื้องต้นจะมีเอกชนไทยร่วมจัดงานแสดงสินค้าเกือบ 80 บริษัท รวมถึงนำผลไม้จากจันทบุรีแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของไทย ร่วมแสดงนิทรรศการ Pavilion of Cities of Charm
นายจุรินทร์กล่าวว่า ขณะนี้มณฑลกว่างซี ที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน มีพื้นที่อ่าวเป่ยปู้ และมีท่าเรือชินโจว ได้โปรโมตการจัดทำระเบียงการค้าระหว่างประเทศทางบกและทางทะเลแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) โดยมีการขุดคลองจากท่าเรือชินโจวไปทางเหนือถึงนครหนานหนิงซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกว่างซีเชื่อมต่อกับเส้นทางทางบกทางเหนือและทางตะวันออกของจีนต่อไป ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การส่งสินค้าของไทยเข้าจีนผ่านมณฑลกว่างซีสะดวกขึ้นโดยเฉพาะทางเรือเข้าท่าเรือชินโจว ออกจากท่าเรือแหลมฉบัง ไปท่าเรือชินโจว เข้าคลองหนานหนิงกระจายสินค้าทางรถไฟและทางบกไปตะวันตก ทางเหนือ และภาคกลางของจีนรวมทั้งภาคตะวันออกได้เลย ดังนั้น การร่วมจัดงานแสดงสินค้าไทย จะเป็นการสร้างการรับรู้สินค้าไทยในจีนมากขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวว่า ข่าวดีอีกเรื่อง ที่ทางรองผู้ว่าฯได้แจ้งให้ทราบว่าขณะนี้มีการเตรียมการปรับระบบบริหารจัดการที่ด่านสำคัญ 3 ด่าน ในมณฑลกว่างซี และพื้นที่ที่ติดกับตอนเหนือของเวียดนาม คือ ด่านโหย่วอี้กวน ตงซิงและด่านรถไฟผิงเสียง ได้พัฒนา smart customs (ระบบบริหารจัดการผ่านด่านศุลกากรอัจฉริยะ) คาดเริ่มต้นปี 2567 จะมีส่วนสำคัญช่วยให้การส่งสินค้าของไทยไปเวียดนามไปมณฑลกว่างซีสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลไม้สด จะย่นระยะเวลา 2 เท่า สามารถทำให้ทั้ง 3 ด่าน เปิดบริการได้ 24 ชั่วโมง ถือเป็นข่าวดีสำหรับการส่งออกผลไม้ของไทยไปตอนใต้ของจีนต่อไปในอนาคต
โดยมูลค่าการค้าไทย-จีนในภาพรวมปีที่แล้วมีมูลค่า 3.69 ล้านล้านบาท โดยไทยส่งออกไปจีน 1.2 ล้านล้านบาท และระหว่างไทยกับมณฑลกว่างซี มูลค่าการค้า 150,000 ล้านบาท ไทยส่งออกไปกว่างซี 75,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้คาดว่าการส่งออกไปจีนจะขยายตัวได้ประมาณ 1% สินค้าที่ไทยส่งออกไปกว่างซี ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลไม้สด และอาหาร เป็นต้น มณฑลกว่างซี จะเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน โดยมณฑลกว่างซีนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยเป็นอันดับ 2 ของจีนรองจากมณฑลยูนนาน และมณฑลกว่างซีมีนักศึกษาจีนที่เรียนภาษาไทยมากที่สุด ปีละประมาณ 2,000 คน
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ หรือช่วงที่ต้องมีรัฐบาลรักษาการนานๆ หากเป็นไปได้ ตนก็อยากนำคณะตัวแทนรัฐและเอกชนไปเยือนประเทศที่โอกาสเพิ่มการค้าและการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มข้าว กับกลุ่มประเทศในเอเชีย ที่ปีนี้มีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มมาก เช่น ฟิลิปปินส์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการตื่นตัวเรื่องปรากฏการณ์เอลนิโญ จนต้องเพิ่มสต๊อกความมั่นคงด้านอาหาร ตอนนี้ด้านผลักดันส่งออกเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำก่อนเข้าปลายปี ที่ปกติปลายปีความต้องการจะสูง ใครเจรจาได้ก่อนก็เป็นประโยชน์ ก็เป็นเรื่องน่ากังวลหากปล่อยเวลาช่วงนี้ออกไป


