หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : เคส‘สตาร์ค’ล้อมคอกตลาดทุน

11.07.23 | 12:17 น.
จอดป้ายประชาชื่น : เคส‘สตาร์ค’ล้อมคอกตลาดทุน ความร้อนแรงของตลาดทุนไทย

ความร้อนแรงของตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมากอบโกยพื้นที่สื่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เหตุจาก บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ส่งงบการเงินไม่ตรงรอบ ตามมาด้วยคณะผู้บริหารพร้อมใจกันลาออก ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมายห้ามซื้อขายชั่วคราว (เอสพี) ก่อนจะถูกขึ้นเครื่องหมายเอสพีแบบไม่มีกำหนด จากกลิ่นตุๆ รัวๆ

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุถึงการกล่าวโทษบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กรรมการ อดีตกรรมการและอดีตผู้บริหารของสตาร์ครวม 10 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะมีเหตุให้เชื่อว่าได้ร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จ ทำบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ในบัญชีหรือเอกสารของสตาร์คและบริษัทย่อย ในปี 2564-2565 เพื่อลวงบุคคลใดๆ

อีกทั้งสตาร์คมีการเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน โดยเปิดเผยงบการเงินที่เชื่อได้ว่ามีการตกแต่งงบการเงินดังกล่าว รวมทั้งปกปิดข้อความจริงในข้อมูลในส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของตราสาร (factsheet) ก่อนจะถูกยึดอายัดทรัพย์และห้ามออกนอกประเทศ 15 วัน

ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาบางส่วนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ทายาทสีชื่อดัง และในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสตาร์คให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้ แต่มีกระแสข่าวออกมาว่า นายวนรัชต์รวมถึงผู้บริหารบางรายได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว และมีบางส่วนได้โยกย้ายเงินหรือสินทรัพย์ต่างๆ ออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน

เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในตลาดทุนและเกี่ยวข้องกับคดีไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเท่าที่ควร ทำให้ผู้กระทำความผิดมีเวลาในการยักย้ายถ่ายเท รวมถึงปกปิดความผิดต่างๆ เพื่อชะลอเวลาออกไป

Advertisement

คดีจะจบอย่างไร หลายคนยังหวังกระบวนการยุติธรรมไทยจะศักดิ์สิทธิ์

พร้อมคาดหวังด้วยว่า กรณีของหุ้นสตาร์คจะมีการถอดแบบเป็นบทเรียนที่ล้ำค่าของตลาดทุนไทย

เพื่อป้องกันไม่ให้วงจรอุบาทว์วนกลับมา จนต้องมานั่งถอดบทเรียนกันอีก!!