สกสว. จับมือ อบก. และ TEATA มุ่งใช้งานวิจัยขับเคลื่อนท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เปิดตัวแอปฯ “ZERO CARBON” ยกระดับท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) และบริษัท พิมส์ เทคโนโลจิส จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” ภายใต้ “โครงการการขับเคลื่อนและผลักดันการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. พัฒนาชุดแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอน จากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์”
ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวว่า สกสว. ขับเคลื่อนแผนงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ.2566 – 2570 พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการบริโภคอย่างยั่งยืนและการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีแผนงานที่เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ทั้งนี้ บพข. โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ววน. มีเป้าหมายความสำเร็จในกรอบ 5 ปี (ปีพ.ศ.2566-2570) มุ่งให้ประเทศไทยเป็น Carbon Neutral Tourism Destination ด้วยการสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบปกติให้เป็นการท่องเที่ยวที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Tourism) ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เกิดผลกระทบเชิงบวกทางต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เหมาะสมกับบริบทของภาคธุรกิจของไทย ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
พร้อมเร่งดำเนินการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ครอบคลุม ชุมชน ธุรกิจขนส่ง/เดินทาง ธุรกิจที่พัก ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจสินค้าที่ระลึก ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการทางทะเล กว่า 500 ราย ในขณะเดียวกันได้วางแผนการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่มีเป้าหมายราว 1,500 เส้นทาง ภายในปี 2569 และวางแผน Net Zero Emission Route ในปี 2569 – 2570 ราว 100 เส้นทาง โดยมี Carbon Neutral Tour Operator / Hotel กว่า 200 ราย รวมทั้งจะมีผู้ประกอบการ Tour Operator / Hotel ที่เป็น Net Zero เพิ่มเติม” ผศ.สุภาวดี กล่าว

