12 กรกฎาคม “รีนาเชนเต ฟลอเรนซ์” ห้างสรรพสินค้าลักชูรี่แห่งประเทศอิตาลี ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กลับมาเปิดบริการครั้งใหม่ หลังรีโนเวทกว่า 2 ปี เผยโฉมใหม่ทั้งสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน โซนใหม่และแบรนด์สินค้าลักชูรี่ใหม่ๆ

นายปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของรีนาเชนเต นอกเหนือจากการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดแล้ว เรายังต้องการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า ทั้งในแง่ของแบรนด์สินค้าที่ครบครัน สถานที่ที่ลูกค้าสามารถดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมและการตกแต่งห้าง รวมทั้งได้รับความสะดวกสบายจากความทันสมัย และนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เราได้เติมเต็มในห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ฟลอเรนซ์โฉมใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ และมั่นใจว่าห้างแห่งนี้จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถสร้างความประทับใจเหนือความคาดหมายให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างแน่นอน
การรีโนเวทครั้งนี้ มี 4 สิ่งใหม่ที่เป็นไฮไลท์ ประกอบด้วย 1. สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน อาทิ การตกแต่งบริเวณ Casa Torre ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอาคารห้าง ด้วยหินทัฟฟ์ หรือหินเถ้าภูเขาไฟโทนสีน้ำตาลอ่อน ให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่น และคลาสสิค รวมถึงการสร้างกำแพงเซรามิกสไตล์ทัสคานีหลังบันไดเลื่อนที่ทำให้ห้างดูมีมิติมากขึ้น
2.โซนใหม่ๆ ภายในห้าง อาทิ โซนคราฟต์ แกลเลอรี สำหรับจัดนิทรรศการและงานอีเวนต์ โซนจิวเวอรี่ (Bottega Orafa) ศูนย์รวมหลากหลายแบรนด์เครื่องประดับชื่อดัง และโซนสิ่งทอ (Bottega Tessile) ที่รวมสินค้าสุดประณีต สะกดทุกสายตา ทั้งยังขยายโซนเสื้อผ้าบุรุษจากพื้นที่ 1 ชั้น เป็น 2 ชั้น สอดรับกับความนิยมต่อแฟชั่นบุรุษที่เพิ่มมากขึ้น และยังเพิ่มโซนเครื่องสำอางที่ชั้น B (ชั้นใต้ดิน) ซึ่งรวบรวม
แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมายให้ได้เลือกช้อปอีกด้วย


3.เพิ่มแบรนด์ลักชูรี่จากทั่วโลก อาทิ Loewe, Rimowa, Tod’s, Golden Goose, Off White, Pangaia, Maison Margiela, Stella McCartney, Chlo?, Damiani, Officina Slowear และอื่นๆ อีกมากมาย


และ 4.อัพเกรดโซนฟู้ดบริเวณชั้น 4 และชั้น 5 คือ โซน ‘Lucernario’ ที่ตั้งของคาเฟ่และร้านอาหาร ToscaNino ที่หลังคาทำจากกระจก ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติตลอดทั้งวัน พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยเบเกอรี่ บาร์คอกเทล และอาหารกลิ่นอายทัสคานี ไม่ว่าจะเป็น Traditional appetizer, พาสต้า, เนื้อสัตว์และเนื้อปลา ที่เสิร์ฟคู่กับไวน์ชั้นเลิศ อย่าง Chianti Classico ไวน์พรีเมียมที่มีต้นกำเนิดในทัสคานี รวมถึงตัวร้านยังเชื่อมกับร้านไวน์คอนเซปต์ใหม่ พร้อมระเบียงกว้างที่สามารถชมวิวฟลอเรนซ์ ดูโอโม และวิวเมืองได้แบบพาโนรามา
นายค็อคคินี กล่าวว่า สำหรับนักช้อปชาวไทยสามารถสมัครสมาชิกเดอะวัน และสมาชิก Rinascente Card เพื่อรับสิทธิประโยชน์ 2 ต่อ คือสะสมพ้อยท์ The 1 (1 Euro = 1 Point) และแสดง The 1 APP เพื่อรับส่วนลดพิเศษเฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันที่ร่วมรายการ และบริการพิเศษเฉพาะสมาชิกเดอะวัน เอ็กซ์คลูซีฟ เช่น บริการผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว, บริการห่อของขวัญ, Fast Track ในการขอคืนภาษี (Tax Refund) และบริการส่งของถึงโรงแรมที่พัก เป็นต้น

สิทธิประโยบน์ต่อที่ 2 สะสมพ้อยท์ ‘R’ ของ Rinascente Card (1 Euro = 1R) เพื่ออัพเกรดระดับสมาชิกตามยอดใช้จ่ายรายปีทั้งสิ้น 4 ระดับ คือ staRter (0-999 R), runneR (1,000 – 1,900 R), loveR (2,000 – 4,900 R) และ heRo (5,000 R ขึ้นไป) พร้อมรับรับสิทธิประโยชน์ตามระดับสมาชิก อาทิ welcome bonus หรือส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งถัดไป, ส่วนลดสูงสุด 25% ในวันเกิด, บริการ Personal Shopper, บริการ hotel delivery, บริการ tailoring และ Hands Free Shopping รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมอีเวนต์ต่างๆ จากพาร์ทเนอร์ เป็นต้น โดยสามารถสมัคร Rinascente Card ได้แล้ววันนี้ ที่ https://www.rinascente.it/en/rinascentecard-loyalty-program และยังสามารถใช้สะสมคะแนนเมื่อช้อปปิ้งบนช่องทาง Rinascente On Demand ได้อีกด้วย

