เปิดอาณาจักร S&J ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เครือสหพัฒน์
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ดร.ภญ.มาลิน อังสุรังษี กรรมการฝ่ายเทคนิคและกิจกรรมเพื่อสังคมบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ S&J ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ชั้นนำของประเทศภายใต้เครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า บริษัท มุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรสินค้าเพื่อความงาม คู่สุขภาพ และความยั่งยืน เพื่อเจาะตลาดยุคใหม่ และดึงผู้บริโภคมาร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จากการเป็น โรงงานอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองฮาลาลอย่างครบวงจร เตรียมขยายตลาดสินค้าคุณภาพ สู่กลุ่มประเทศมุสลิมในภูมิภาคเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และตั้งเป้าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมคู่ความยั่งยืน
“บริษัทเติบโตในฐานะผู้ให้บริการผลิตสินค้าเครื่องสำอางทั้งในรูป OEM และ ODM แบบ one stop service มากว่า 40 ปี โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาตามสูตรลูกค้าหรือออกแบบสูตรให้ลูกค้า การจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ไว้ใช้เตรียมสูตรและ ผลิตผลิตภัณฑ์ การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย พร้อมกับเข้าสู่กระบวนการผลิต และตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ จนสุดท้ายจัดการส่งสินค้าถึงมือลูกค้า ทุกขั้นตอนที่ดำเนินการ เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากองค์กรต่าง ๆ รวมทั้ง บริษัท ฯ ยังให้บริการแนวคิดและกลยุทธ์การตลาดให้ลูกค้า เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าเช่นกัน” ดร.ภญ.มาลิน กล่าว

ดร.ภญ.มาลิน กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มการทำงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้สร้างการเติบโตให้บริษัทฯ ค่อนข้างก้าวกระโดด โดยจากเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เน้นเพียงงานพัฒนา มียอดรายได้ไม่ถึงพันล้านบาท แต่เมื่อมีงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างจริงจัง พบรายได้แตะที่สี่พันล้านบาทในช่วงระยะเวลาประมาณสิบปีหลังจากนั้น สำหรับรายได้ของปี 2566 หรือปีนี้ อยากให้ติดตามดูผลประกอบการจากตลาดหลักทรัพย์ว่าเป็นเท่าไร แล้วจะเห็นว่า งานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย
ดร.ภญ.มาลิน กล่าวว่า กระแสการบริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความงามของสิ่งแวดล้อม และการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต เช่น ไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อน ไม่มีขยะ พลาสติคในท้องทะเล ปะการังยังมีชีวิตให้ความสวยงามและเป็นที่พักพิงของสัตว์น้ำอื่นได้ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมรวมอยู่ในข่ายการเลือกซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการมีส่วนช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมด้วย บริษัทฯ ให้ความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องสนับสนุนคุณภาพที่ดีของสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ผลิต นอกจากเน้นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติแล้ว ชนิดไม่ใช่ธรรมชาติ ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น สารกันแดดที่ผสมในผลิตภัณฑ์กันแดดต้องไม่ทำลายปะการัง ฯลฯ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์และฉลากของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ต้องไม่เป็นปัญหาหรือช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เช่น มีการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษ หรือ PCR แผ่นฟิมพ์ที่เป็นพลาสติคชีวภาพ หมึกพิมพ์ฉลากที่เป็น soy ink เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาเลือก ซึ่งเป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน และในเร็ววันนี้ บริษัทฯ จะเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้า Cosmoprof CBE ASEAN 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2566 นี้

