‘ททท.’ ชี้ปี 66 จีนเที่ยวไทยถึง 4 ล้านคนแน่ ลุ้นไปถึงเป้าทั้งปี 5 ล้านคน
นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนปี 2566 คาดว่าน่าจะเดินทางเข้าไทยเกิน 4 ล้านคนแน่นอน รวมถึงยังมีสิทธิลุ้นได้ถึง 5 ล้านคนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประเมินจากปริมาณที่นั่งเส้นทางบินระหว่างไทย-จีน มีจำนวน 6 ล้านที่นั่งในปีนี้ ฟื้นตัวประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิดระบาด ซึ่งมีกว่า 13 ล้านที่นั่งแล้ว โดยจากสถานการณ์เศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ทำให้ทางการจีนมีนโยบายสกัดการเดินทางออกนอกประเทศ รวมถึงต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น อาทิ ค่าตั๋วเครื่องบินที่ยังค่อนข้างแพง รวมถึงค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าจากสถานกงสุลไทยอยู่ที่ 200 หยวน ส่วนค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival: VoA) อยู่ที่ 500 หยวน แม้แพงกว่า แต่ก็ยังเห็นการยอมจ่ายเพื่อเข้ามาเที่ยวไทย
“นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมีกำลังซื้อ ใช้จ่ายสูง สอดรับกับยุทธศาสตร์ของ ททท.ในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ซึ่ง 5 สำนักงาน ททท.ในประเทศจีนตอนนี้ก็กำลังเร่งสปีดทำการตลาดอย่างเต็มที่ โดยเราเห็นพฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนไปชัดเจน พบว่านักท่องเที่ยวจีนนิยมเที่ยวเชิงลึกและอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนานขึ้น อาทิ พัทยา หรือ ภูเก็ต ไม่ได้กระจายการเดินทางให้ครอบคลุมหลายพื้นที่มากที่สุดเหมือนแต่ก่อนแล้ว” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตลาดจีนที่ยังไม่กลับเข้ามาเที่ยวไทยคือกรุ๊ปทัวร์จีน เพราะยังติดข้อจำกัดเรื่องการขอวีซ่า ขณะที่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยสะสม 1.6 ล้านคน เฉลี่ยเดินทางเข้ามา 1.2-1.5 หมื่นคนต่อวันในช่วงนี้ จึงประเมินว่าในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ จะเดินทางเข้ามากกว่า 2 ล้านคน โดยเฉพาะจากกลุ่มนักเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟกรุ๊ป) ที่กำลังฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ททท.ได้เปิดตัว E-VoA ร่วมกับอาลีเพย์ (Alipay) ที่นครหางโจว ประเทศจีน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีนในขั้นตอนการจ่ายค่าธรรมเนียม ใช้เวลาการกรอกข้อมูลและชำระเงินไม่เกิน 10 นาที โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า มีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 87% เลือกขอวีซ่าหน้าด้าน (วีโอเอ) แต่ททท. ก็ยังรอตลาดกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่จะกลับมา ซึ่งพึ่งพาการขอวีซ่าผ่านช่องทางของสถานกงสุล ซึ่งขณะนี้ ททท. ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) อยู่ระหว่างพัฒนาโปรแกรม VPSS (Visa Pre-Screening System) เพื่อที่ททท. จะเข้าไปช่วยตรวจสอบการยื่นเอกสารขอวีซ่าในเบื้องต้นว่าครบถ้วนตามกำหนดหรือไม่ ก่อนจะยื่นให้กต. ตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อลดความล่าช้าลง
นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.คลายกังวลเรื่องตลาดจีนได้ระดับหนึ่ง จากเดิมที่เกรงว่าจะไม่ถึงเป้าที่วางไว้ 5 ล้านคนในปี 2566 เนื่องจากปัญหาการนำระบบ E-VISA มาใช้ทำให้ผู้ประกอบการกรุ๊ปทัวร์ออกมาร้องเรียน แต่ตอนนี้ททท.กำลังวางระบบร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และหารือกับสมาคมโรงแรม และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อแก้ปัญหานี้ผ่านระบบ Visa Pre-Screen System Gateway เพื่อลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า เพื่อทำให้จำนวนที่ได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นายธเนศวร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูงได้เข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ผ่านการขอวีซ่าวีโอเอ โดยคนกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึงทริปละกว่า 60,000 บาทต่อคนต่อทริป สูงกว่าปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อคนต่อทริป ทำให้ในปี 2566 มีโอกาสสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน นับเฉพาะแค่ประเทศเดียวถึง 300,000 ล้านบาท จากเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทุกตลาดทั้งปี 2566 อยู่ที่ 1.62 ล้านล้านบาท

