หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนมองศก.จี...

เอกชนมองศก.จีนไม่ดี ทำนักท่องเที่ยวฟื้นไม่ถึงเป้า หวั่นเอสเอ็มอีดับสนิท

13.07.23 | 08:21 น.

เอกชนมองศก.จีนไม่ดี ทำนักท่องเที่ยวฟื้นไม่ถึงเป้า หวั่นเอสเอ็มอีดับสนิท

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี เจ้าของโรงแรมราวินทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา และเครือโรงแรมซันไชน์ พัทยา กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ไม่ได้ดีเท่าที่ควร เมื่อหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของชาวจีนหมดอายุในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทางการจีนจึงพยายามกันไม่ให้ชาวจีนออกนอกประเทศ บล็อกไว้ก่อน เพื่อส่งเสริมให้ชาวจีนท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งอาจไม่ได้พูดออกมาตรงๆ จึงมองว่าไม่มีทางที่นักท่องเที่ยวจีนจะออกมาเที่ยวต่างประเทศจำนวนมากเหมือนในอดีต จนกว่าเศรษฐกิจจีนจะเริ่มดีและเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น

นายธเนศ กล่าวว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 11 ล้านคนเมื่อปี 2562 โครงสร้างนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนระหว่างกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) และกรุ๊ปทัวร์ใกล้เคียงกัน โรงแรม 3 ดาวส่วนใหญ่รับตลาดกรุ๊ปทัวร์จีน แต่พอเจอวิกฤตโควิดเข้าไป ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมเชน 5 ดาวและร้านอาหารแพงๆ กลับมาดี แต่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี (SMEs) ยังไม่ฟื้น ตราบใดที่กรุ๊ปทัวร์จีนยังไม่กลับมา โดยที่ผ่านมามีประเด็นข้อจำกัดเรื่องเข้มงวดชาวจีนขอวีซ่าเข้าไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นปลายทางมากกว่า แต่ข้อจำกัดต้นทางคือ ทางการจีนยังไม่อยากให้ชาวจีนออกนอกประเทศ เพราะตราบใดที่เศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้น ถือว่าลำบาก ทางการจีนจึงกันไว้ทุกทาง เพียงแค่ไม่ได้พูดออกมา ทำให้โอกาสที่จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยถึง 5 ล้านคนในปีนี้ตามเป้าหมายของ ททท. เป็นไปได้ยาก

“ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด ททท.ได้ปรับแผนงานเน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเข้ามา จำนวนอาจน้อยลง แต่ใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งก็ถามกลับไปทุกครั้งว่า จะปล่อยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีตายหรือไม่ ก็ไม่มีคำตอบ เพราะจำนวนไม่ได้ โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าพัทยาหลังจีนเปิดประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนมีเงิน เดินทางด้วยตัวเอง นิยมเช่ารถตู้หรูราคา 2-3 หมื่นบาทต่อวัน เข้าร้านอาหารราคาแพง เพราะขณะนี้สถานการณ์ราคาตั๋วเครื่องบินยังแพง และมีเที่ยวบินตรงจากจีนแค่ 10 กว่าเมืองเท่านั้น ต่างจากเมื่อก่อนที่มีมากกว่า 20 เมือง จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ได้เห็นกรุ๊ปทัวร์จีนเดินทางเข้ามาแบบเป็นรถบัสมากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองรอง ซึ่งยังไม่มีการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงเข้าไทย” นายธเนศ กล่าว

นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาและเวลเนส ภาคตะวันออก กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาพัทยา เป็นเจเนอเรชันใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง นิยมพำนัก 3-4 วัน ใช้จ่ายหนักหลายหมื่นบาทต่อวัน ไปเที่ยวกันเองแบบส่วนตัว ไม่มีการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบตายตัว แต่จะเลือกเดินทางไปหลายจุด ไปเที่ยวจุดใดก็ได้แล้วแต่การค้นหาแล้วสนใจ อาทิ เน้นช้อปปิ้ง ไปร้านอาหารตามรอยวัยรุ่นไทยผ่านโซเชียลมีเดียอย่างติ๊กต็อก (TikTok) โดยมีไกด์ให้บริการบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ทิปหนัก รวมถึงการตามรอยซีรีส์วาย สวมชุดนักเรียนไทยถ่ายรูป ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องขยันบูสต์อัป (Boost Up) หรือเพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์ของสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น