เอกชนท่องเที่ยวประสานเสียงหวั่นปมร้อง ‘พิธา’ ทำคนลงถนน-ตั้งรัฐบาลช้า
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชุม กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลสิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา เบื้องต้นภาคเอกชนต้องการให้จัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุด และไม่อยากให้มีความรุนแรง เพราะยิ่งการจัดตั้งรัฐบาลช้ามากเท่าใด ผลเสียน่าจะตกอยู่ที่ภาคธุรกิจ เพราะหลังจากเลือกตั้งมาแล้ว แม้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา แต่ธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ค่อนข้างเงียบ เพราะภาคธุรกิจที่รับงานจากภาครัฐหยุดกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการจัดประชุมและสัมมนา
“หากปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วง ลงถนนต่างๆ ตามมาจะยิ่งส่งผลไม่ดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวใดที่อยากเดินทางมาแล้วต้องมาหวาดระแวงเรื่องความปลอดภัย ยิ่งสมัยนี้มีโซเซียล มีเดีย หากเกิดการชุมนุมแล้วมีการถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอออกไป ทำให้มีภาพข่าวออกไปนอกประเทศรวดเร็วและเป็นเรื่องจริงด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่นจะกังวลในเรื่องเหล่านี้มาก” นางมาริสา กล่าว
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า กังวลว่านายพิธา จะรอดจากข้อกล่าวหายาก เพราะทำการเมืองไม่ระมัดระวัง ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอกมาก่อน เพราะที่ผ่านมา อาทิ กรณีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ทำรายการชิมไป บ่นไปยังโดนด้วย ยิ่งพรรคก้าวไกลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ก็ถูกสกัดการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีจาก ส.ว. แล้ว โดยเฉพาะเมื่อมาเจอกรณีกกต.ส่งศาลฯ ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้ ส.ว.เอามาเป็นเหตุผลไม่โหวตให้ ซึ่งสิ่งที่เป็นห่วงมากสุด คือหากเกิดการชุมนุมแล้วมีความวุ่นวายจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวได้

