NIA เผยผลสำเร็จงานสตาร์ตอัพและอินโนเวชั่นไทยแลนด์เอ็กซ์โป 2023 คนไทยตื่นตัวแห่ชมงาน จับคู่ธุรกิจกว่า 65 ครั้ง หนุนธุรกิจสตาร์ตอัพเพิ่มขึ้นใหม่ Climate Tech แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม บูมพลังงานทางเลือก
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยความสำเร็จของงานสตาร์ตอัพและอินโนเวชั่นไทยแลนด์เอ็กซ์โป 2023 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023 หรือ SITE2023)ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายสัปดาห์เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ตลอด 3 วันของการจัดงานมีผู้เข้าชมงานกว่า 15,000 คน และมีการเข้าชมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th/ มากกว่า 170,000 คน รวมทั้งมีสถิติการรับชมงานผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของ NIA และ Startup Thailand มากถึง 3.9 ล้านคน เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 65 ครั้ง
“หัวใจสำคัญของ Innovation Partnership ที่เกิดขึ้นในงาน ได้แก่ 1.การร่วมกันแสดงศักยภาพของระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem) ประเทศไทย พร้อมชวนสตาร์ทอัพจากต่างประเทศเข้าร่วม 2.การทำงานร่วมกัน (Collaboration) อย่างเข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัย เอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ และกิจการเพื่อสังคม และ 3.Internationalization โดยทำให้เห็นว่ากรุงเทพฯ มีลวดลายของความเป็นนวัตกรรมมากขึ้น และเป็นเบ้าหลอมให้นวัตกรจากหลากหลายภูมิภาคทั้งไทยและต่างชาติมาปักหลักที่ประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งออกผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศเช่นกัน”
ดร. พันธุ์อาจ กล่าวว่า จากความทุ่มเทในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ Startup Universe ซึ่งปีนี้มีส่วนสำคัญอยู่ 3 ข้อ คือ 1. การกำเนิดมหาวิทยาลัยที่พร้อมลงทุน ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ โดยเฉพาะการที่มหาวิทยาลัยเป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยี ตั้งบริษัท และลงทุนเอง 2. บริษัทมีการรวมตัวเป็นสมาคมมากขึ้น และ 3.การกำเนิดธุรกิจสตาร์ตอัพสาขาใหม่ สาขาที่ 11 คือ Climate Tech ที่เน้นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานทางเลือก

