งาน Thailand Coffee Fest 2023 เริ่มแล้ว ที่เมืองทองธานี ดันธุรกิจกาแฟไทยเติบโต

13.07.23 | 18:55 น.

เริ่มแล้ว งาน Thailand Coffee Fest 2023 เทศกาลของคนรักกาแฟ ภายใต้คอนเซปต์ “Good Coffee for Everyone” ปีนี้ขยายพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตร.ม. รองรับบูทร้านค้ามากกว่า 331 บูท การจัดแข่งขันบาริสต้าแชมป์ประเทศไทย เป็นตัวแทนไปแข่งขันเวทีระดับโลก

นางสาวณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า สมาคมฯได้จัดงาน Thailand Coffee Fest 2023 : Good Coffee for Everyone ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 5 – 8 เมืองทองธานี เริ่มแล้ววันนี้ (13 ก.ค.) จนถึงวันที่ 16 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ สมาคมฯได้มุ่งเน้นพัฒนาและสนับสนุนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในวงการกาแฟตั้งแต่ เกษตรกร คนแปรรูป โรงคั่วกาแฟ บาริสต้า ไปจนถึงผู้บริโภค ให้สามารถสร้างสรรค์และบูรณาการวัฒนธรรมกาแฟได้อย่างอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการผลักดันให้อุตสาหกรรมกาแฟเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งองคาพยพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดในและต่างประเทศอย่างมั่นคง พร้อมรับพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยใหม่ ที่ผู้บริโภคต่างมองหากาแฟที่ดีทั้งในแง่ของรสชาติ สัมผัส ประสบการณ์ รวมทั้งยังต้องดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

“ตลอดระยะเวลาแห่งความสำเร็จ 8 ปีที่ Thailand Coffee Fest ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านกาแฟ จนเกิดเป็นโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดและสร้างเครือข่ายเพื่อพบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิถีทางแห่งกาแฟ สู่การจัดงานในปีนี้ที่ขยายความสำเร็จออกไปให้ไกลกว่าเดิม เพื่อเพิ่มโอกาสและกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก รวมทั้งปีนี้ยังมีกูรูในวงการกาแฟจากนานาประเทศตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมถึง 11 ประเทศ ประกอบด้วย สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, กัวเตมาลา, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, อินโดนีเซีย, เยเมน, แคนาดา, อิตาลี, ปานามา, โคลัมเบีย ซึ่งถือเป็นการยกระดับกาแฟไทยสู่สากลในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวัฒนธรรมกาแฟร่วมกัน”

นางสาวณัฏฐ์รดา กล่าวอีกว่า เพื่อยกระดับความเป็นสากลมากขึ้น Thailand Coffee Fest 2023 ได้เพิ่มลิขสิทธิ์การแข่งขัน Thailand Coffee Event 2024 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันบนเวทีระดับโลก 2 รายการ ประกอบด้วย รายการแข่งขัน Thailand National Brewers Cup Championship 2024 และรายการแข่งขัน Thailand National Barista Championship 2024 ที่โซน Coffee Arena ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของทุกวัน ซึ่งผู้ชนะจากรายการดังกล่าว จะเป็นตัวแทนประเทศไทยที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันเมล็ดกาแฟพิเศษไทย ให้นำไปอวดโฉมผ่านแต่ละมิติการแข่งขันในนามแชมป์บาริสต้าจากประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันกาแฟซิกเนเจอร์สัญชาติไทย World Es Yen Championship 2023 เวทีประลองฝีมือนักชงกาแฟเอสเพรสโซ่เย็น เมนูกาแฟสัญชาติไทยแท้ที่มีรสชาติกาแฟเข้มข้นหวานมัน เย็นสดชื่น เป็นสูตรเด็ดเคล็ดลับที่ไม่มีผิดถูก เมนูซิกเนเจอร์ที่หาดื่มคลายร้อนได้ที่ประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งจะจัดแข่งขันในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ ที่โซน Coffee People และจัดแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 16 กรกฎาคม ที่โซนเวทีกลาง Coffee Stage ตั้งแต่เวลา 12.00 – 16.30 น.

Advertisement

นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้งาน Thailand Coffee Fest 2023 ขยายพื้นที่การจัดงานจาก 15,000 ตร.ม. เป็น 20,000 ตร.ม. จัดแบ่งเป็น 9 โซน จำนวน 331 บูธ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรักกาแฟ โดยมีบูทร้านค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 108 ร้านค้ารอบงาน รวมทั้งบูทจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำของประเทศที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตให้ธุรกิจ รวมทั้งผู้บริโภคยังได้มีโอกาสลิ้มลองกาแฟสุดพิเศษภายในงาน ควบคู่กับการเข้าถึงสินค้า อุปกรณ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับกาแฟอย่างครบครัน

สำหรับ กิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจ อาทิ โซน Coffee Art ที่ร่วมจัดโดย Happening จำหน่ายผลงานศิลปะที่บอกเล่าความสุนทรีย์ของกาแฟในรูปแบบ 2D, 3D และ Art Toy จากนักออกแบบแถวหน้าของไทย, กิจกรรม Coffee Zero Waste ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ที่ทำให้งานนี้เป็น Carbon Neutral Event

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาเติมเต็มความรู้จากกูรูชั้นนำแถวหน้าของวงการกาแฟ ผ่านมิติงานเสวนาพิเศษที่รวบรวมคนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เป็นคีย์แมนสำคัญในการผลักดันวงการกาแฟพิเศษไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “คุณค่าของกาแฟพิเศษไทยของคุณคืออะไร ทิศทางการสร้างมูลค่าของกาแฟพิเศษไทยเป็นอย่างไร” ซึ่งมีคุณอายุ จือปา ผู้ก่อตั้ง Akha Ama Coffee ที่ทำให้แหล่งปลูกและชาติพันธุ์อาข่าเป็นที่ยอมรับ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอาข่าให้ดีขึ้น, คุณวรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ก่อตั้ง Roots Coffee ร้านกาแฟชื่อดังที่กาแฟทุกแก้ว ทุกเมล็ดที่เบลนด์ใช้เป็นกาแฟพิเศษไทย 100% ที่โซน Coffee Stage ในวัที่ 14 กรกฎาคม เวลา 12.00 – 13.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น. พร้อมเสริมความรู้ไขทุกข้อข้องใจจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟ กับคุณเคเลบ จอร์แดน ผู้ก่อตั้ง Gem Forest Coffee ที่สร้างองค์ความรู้ในการปลูกกาแฟกับเกษตรกรที่แหล่งปลูกบ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน จนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย 2023 ทั้ง 3 Process, คุณศึกษิต เทพอารีย์ ผู้ก่อตั้ง Happy Espresso และผู้จัดการส่วน QA ของ Cafe Amazon ผู้บุกเบิกวงการกาแฟพิเศษไทยและเบื้องหลังการผลิตกาแฟ Amazon Coffee ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ความสำเร็จและเทคนิคการสร้างกาแฟที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังมีเสวนาที่น่าสนใจต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้ายของการจัดงาน

รวมถึงจัดนิทรรศการพิเศษที่จะบอกเล่าความเชื่อมโยงระหว่างข้าวและกาแฟ ที่มีอะไรเหมือนกันมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวของ “ข้าวพื้นบ้าน” ด้วยการชิมข้าว 15 สายพันธุ์ที่กำลังจะหายไปจากท้องนาทั่วประเทศ พร้อมเรียนรู้เรื่องข้าวและสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องนาไทยแบบลงลึกผ่านสำรับ “กับข้าว” เพื่อชวนให้คนไทยรู้จักสายพันธุ์ข้าวเพิ่มขึ้นและสร้างทางเลือกใหม่ ๆ ในการบริโภคข้าวไทยให้กับผู้บริโภค ธุรกิจร้านอาหาร และเกษตรกร