คลัง เตรียมเม็ดเงิน 1 แสนล้านบาท รับมือ งบ’67 ล่าช้า
วันที่ 14 กรกฎาคม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ขณะนี้อยู่ในช่วงของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่นั้น คาดว่าจะทำให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี 2567 มีผลบังคับใช้ล่าช้ากว่ากำหนด โดยเชื่อว่าอย่างมากที่สุดคือ 6 เดือน จากปฏิทินงบประมาณ ที่จะต้องเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ในทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
นายกฤษฎากล่าวว่า ทั้งนี้ ประเมินว่าการออกงบปี’67 ล่าช้า จะมีผลกระทบต่องบรายจ่ายลงทุน ซึ่งมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประมาณ 0.05% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว และเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังได้เตรียมแผนรองรับเพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงที่งบประมาณยังไม่มีผลบังคับใช้ประมาณ 1 แสนล้านบาท
“สิ่งที่จะหายไปเนื่องจากงบประมาณมีผลบังคับใช้ล่าช้า คือ งบลงทุน ซึ่งมีกรอบวงเงินทั้งหมดในปีงบประมาณ 6 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่วงเงินดังกล่าว จะมีการเบิกจ่ายในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ดังนั้นจะต้องดูว่าในงบลงทุน 6 แสนล้านบาท จะมีการเบิกจ่ายเท่าใดในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีงบ 2567 หากไม่เกิน 30% หรือวงเงิน 1 แสนล้านบาท ส่วนนี้คลังก็มีการวางแผนรองรับไว้แล้ว” นายกฤษฎากล่าว
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับแผนรองรับเพื่อไม่ให้เรื่องงบประมาณล่าช้า มีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปี 2566-2567 ได้แก่ 1.กระทรวงการคลังได้หารือกับสำนักงบประมาณ เรื่องแผนการใช้จ่ายงบประมาณของปีงบ 2566 ไปพลางก่อน ซึ่งเป็นอำนาจตามกฎหมายที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มีอำนาจดำเนินการในกรณีที่ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ไม่สามารถออกใช้ได้ตามกำหนด แต่มีเงื่อนไขว่าจะใช้ได้เฉพาะในหมวดของงบที่เป็นรายจ่ายประจำ และงบโครงการลงทุนที่เป็นโครงการต่อเนื่อง
นายพรชัยกล่าวว่า 2.การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการ ที่จะใช้ในปลายปีงบประมาณ แต่มาเร่งให้มาใช้ในต้นปีงบประมาณแทน (front load) เช่น งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจบางรายการ ซึ่งประเมินว่ามีประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนรวมของรัฐวิสาหกิจที่มีรวมทั้งปีงบ 2567 ที่ 5 แสนล้านบาท และ 3.ได้หารือกับสถาบันการเงินของรัฐว่า โครงการสินเชื่อผ่อนปรนที่ให้กับประชาชนและผู้ประกอบซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลให้การอุดหนุน ซึ่งยังมีวงเงินสินเชื่อเหลืออยู่ 7หมื่นล้านบาท ขอให้แบงก์รัฐเร่งนำมาใช้ในปลายปี 2566 นี้ เพื่อช่วยผลักดันเศรษฐกิจในปีนี้และต้นปีหน้า
“นอกจากนี้ ในช่วงการจัดทำร่างงบประมาณปี 2567 ของรัฐบาลชุดใหม่นั้น จะมีการจัดทำร่างงบประมาณ 2568 ไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากงบปี 2568 ตามปฏิทินงบประมาณแล้ว จะะต้องเริ่มจัดทำในเดือนพฤศจิกายน 2566 เพื่อให้บังคับใช้ทันในช่วงเริ่มปีงบ 2568” นายพรชัยกล่าว

