คิดเห็นแชร์ : OKMD กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คิดว่าหลายท่านคงเคยได้ยินเรื่อง ESG โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่าคงมีอีกหลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับ ESG OKMD ในบทบาทขององค์กรรัฐที่ส่งเสริมการเรียนรู้สาธารณะ จึงอยากจะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก ESG ว่าจริงๆ แล้ว ESG นั้นคืออะไร ESG ก็คือ “แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ESG (Environmental, Social, Governance)” ที่ถูกพูดถึงมากในกลุ่มผู้ประกอบการ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเข้ามามีส่วนช่วยให้การประกอบธุรกิจดำเนินไปอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ESG จึงเป็นที่มาของกรอบแนวคิดการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่รายได้ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างครอบคลุมประเด็นพื้นฐานใน 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่
E = Environment (มิติสิ่งแวดล้อม) คือ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการรักษาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ
S = Social (มิติสังคม) คือ การบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม คำนึงถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานและสุขภาพของพนักงาน ไปจนถึงลูกค้า ชุมชน และผู้ที่ทำงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
G = Governance (มิติธรรมาภิบาล/บรรษัทภิบาล) คือ การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ต่อต้านการทุจริต มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทอย่างเป็นธรรม

เมื่อตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์กรในมิติของ ESG แล้ว หลายองค์กรคงตั้งเป้าที่จะสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจและเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน แต่ก็อาจจะมีหลายคำถามผุดขึ้นในสมอง เช่น ควรเริ่มจากจุดไหน มีปัจจัยใดที่ขาดหายไป รวมถึงต้องทำอย่างไรในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เทียบทันคู่แข่ง โดย สบร.ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้ดำเนินการโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (OKMD Sustainable Development Learning Center)” หรือการจัดสร้างสวนป่า “เบญจกิติ” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณโรงงานยาสูบเดิมภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โดยสวนป่า “เบญจกิติ” ได้รับการพัฒนาโครงการภายใต้แนวความคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของคนไทยโดยการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สาธารณะให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่จะเป็นกลไกช่วยยกระดับแหล่งเรียนรู้ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่เรียนรู้ และแสวงหาความรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ผ่านการพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นที่สร้างสรรค์ร่วมกัน และทำกิจกรรมเพื่อค้นพบศักยภาพของตนเอง โดยมีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญประกอบด้วย
1) เป็นพื้นที่คำนึงถึงความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ทำให้โครงการมีความกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เพื่อเอื้อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ทั้งป่า น้ำ และอากาศบริสุทธิ์ เป็นตัวอย่างของการลดภาวะโลกร้อนและนำความอุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมาสู่ธรรมชาติ อันจะเป็นแนวทางในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมที่คำนึงถึงการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2) เป็นพื้นที่ที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานและทรัพยากร ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำแนวทางการประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมาใช้ ซึ่งครอบคลุมการนำพลังงานทางเลือกจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ และการลดความสูญเสียพลังงาน โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีและวิธีการที่สะดวก ประหยัด และง่ายต่อการบำรุงรักษา
3) เป็นพื้นที่บูรณาการองค์ความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้จากหลากหลายช่องทาง เป็นการผสมผสานระหว่างเนื้อหา รูปแบบ และเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย โดยพัฒนาให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ (Learning Platform) ที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) สามารถรองรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป สำหรับคนในทุกช่วงวัย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการในการเรียนรู้ รวมถึงสถานการณ์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ซึ่งผมคิดว่าโครงการ OKMD Sustainable Development Learning Center ถือได้ว่าครอบคลุมทุกมิติในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ESG (Environmental, Social, Governance) เลยทีเดียว
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร.

