หน้าแรก เศรษฐกิจ ทั่วโลกพลิกตั...

ทั่วโลกพลิกตัว ส่งออก “เอสเอ็มอี” เปิดตลาดใหม่ ผ่านคู่ค้าข้ามชาติ ตั้งฐานผลิตย่อย

15.07.23 | 15:10 น.

ทั่วโลกพลิกตัว ส่งออก “เอสเอ็มอี” เปิดตลาดใหม่ ผ่านคู่ค้าข้ามชาติ ตั้งฐานผลิตย่อย

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน และเลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของขวัญของชำร่วย กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน กลุ่มเครื่องเขียน กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงกลุ่มสินค้าที่ระลึก นั้น สถานการณ์การค้าค่อนข้างดี ทั้งตลาดส่งออกและการค้าในประเทศ

โดยมีโอกาสที่มูลค่าส่งออกปี 2566 จะกลับมาใกล้จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง และคาดขยายตัว 0-3% มูลค่ารวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้เฉพาะกลุ่มของขวัญของชำร่วย และสินค้าที่ระลึก การส่งออกจะมีมูลค่าประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท รวมกับการค้าในประเทศอีก 2.4 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอนาคตดี ปัจจัยหนุนคือได้รับอานิสงส์จากไทยเปิดตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศลูกค้าเดิมหันกลับมาซื้อไทย ผลจากสงครามระหว่างประเทศ อย่างสหรัฐฯและยุโรป หาตลาดใหม่แทนจีนและเวียดนาม รวมถึงทั่วโลกเปิดประเทศ กลับมาเดินทางและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายจิรบูลย์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังของปี โดยปกติแล้วในไตรมาส 3 ของปี การค้าค่อนข้างจะนิ่ง ในส่วนต่างประเทศเป็นช่วงแสวงหาและเจรจาเพื่อการสั่งซื้อสำหรับค้าขายในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และฉลองปีใหม่ ส่วนในภายในประเทศจะซบเซาจากเข้าฤดูฝนและเทศกาลเข้าพรรษา การเดินทางจึงไม่มากนัก และอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว แต่สำหรับปี2566 ช่วงไตรมาส 3 จะมีความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมือง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะได้ข้อสรุปและเริ่มบริหารประเทศได้ทันต้นไตรมาส4 ของปีแค่ไหน เพราะหากมีสถานการณ์วุ่ยวาย จนกระทบต่อภาคท่องเที่ยว และความเชื่อมั่น ที่ได้เจรจาไว้หรือเตรียมส่งมอบอาจถูกชะลอได้

” ภาคท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องจักรสำคัญอย่างเดียวในตอนนี้ ที่จะยังพยุงกำลังซื้อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มของชำร่วยของที่ระลึก ถือเป็นห่วงโซ่หนึ่งเกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยว เข้ามาใช้จ่าย จะส่งผลต่อธุรกิจจำหน่ายสินค้า ของกินของใช้ทั่วไป โดยตรง ดังนั้น ธุรกิจทุกด้านจึงกังวลและไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง และความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ยังไม่รวมถึงสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งเตรียมพร้อมและรับมือของการขยายธุรกิจของต่างชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมด้วย ” นายจิรบูลย์ กล่าว

Advertisement

นายจิรบูลย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้รัฐบาลในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง เป็นต้น เร่งให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศออกมาร่วมลงทุนนอกประเทศ และเป็นรูปแบบเอสเอ็มอี ที่มีขนาดธุรกิจเล็ก ตั้งโรงงานขนาดย่อม ใช้เงินลงทุนไม่สูง และได้สิทธิพิเศษสำหรับเอสเอ็มอี โดยต่างชาติจะเริ่มจากเจรจาและร่วมทุนกับพันธมิตรที่ได้มีการซื้อขายระหว่างกันอยู่แล้ว มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำตลาดร่วมในไทยและส่งออกป้อนประเทศใกล้เคียง ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลทั่วโลกให้ความสำคัญผลักดันธุรกิจเอสเอ็มอีไปทั่วโลก แต่อีกด้านต้องตั้งรับเพื่อป้องกันปัญหาต่างชาติมาครอบครองและทุบตลาดไทยด้วย วิธีการแบบนี้กำลังแทรกซึมไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย หนึ่งในแนวทางการพลิกตัวฝ่าวิกฤตกำลังซื้อและเศรษฐกิจถดถอย