“กอบศักดิ์”เผยตลาดทุนดีดตัวดีระยะสั้น นักลงทุนรอการเมืองนิ่ง ตั้งรบ.ใหม่ช้า กระทบจัดสรรงบฯยืด 3 เดือน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองต่อตลาดทุนไทย ว่า ด้านตลาดทุน นักลงทุนยังรอให้ตัวรัฐบาลมีความชัดเจนมากกว่านี้ เพราะตัวตลาดทุนยังรอดูว่ารัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพอย่างไร ขณะเดียวกัน การดำเนินการในเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะมีการแบ่งงานอย่างเหมาะสมหรือไม่ และมีคำถามหลากหลายว่ากระทรวงเศรษฐกิจสำคัญฯ พรรคใดจะเป็นผู้ขับเคลื่อน ใครจะได้รับผิดชอบในกระทรวงหลักๆ ที่จะกำหนดเรื่องมาตรการต่างๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และพรรคต่างๆ จะมีเอกภาพหรือไม่
“การปรับตัวตลาดทุนเมื่อวาน (14 ก.ค.) เป็นเรื่องระยะสั้น ซึ่งต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง แต่อย่างน้อยที่น่าดีใจ ขณะนี้ตลาดทุนเริ่มทรงตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีความผันผวน แต่ต้องรอดูต่อไป และอยากได้รัฐบาลเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ”นายกอบศักดิ์ กล่าว
คาดตั้งรบ.ยืดเลื่อนจัดงบฯ 3 เดือน
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าจะส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ที่ปกติจะออกมาได้ในช่วงเดือนตุลาคม จะขยายออกไปในไตรมาส 1/2567 แต่ในส่วนนี้ก็ยังโชคดี เพราะได้หารือกับภาครัฐแล้ว และมีการยืนยันว่าได้เตรียมการเรื่องงบฯ ไว้แล้ว เพราะคาดการณ์ไว้ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งจะเกิดปัญหาความล่าช้าขึ้นทั้งก่อนการจัดตั้งรัฐบาล และหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จที่จะมีปัญหาเรื่องการจัดสรรงบฯ
“สมมุติฐานการจัดสรรงบฯปีนี้จะล่าช้าประมาณ 3 เดือน การใช้จ่ายอื่นๆ ยังสามารถขับเคลื่อนได้ แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อ 3 เดือนผ่านไป ก็หมายความว่าไตรมาส 1/2567 จะมีงบบางส่วนเหลือเพิ่มเติมที่จะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสำคัญช่วงนั้นได้”นายกอบศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้านการจัดตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จทันในไตรมาส 4/2566 หรือไม่นั้น ก็ต้องรอดูช่วงปลายเดือนนี้ที่จะเห็นความชัดเจนว่ากระบวนการการเลือกนายกรัฐมนตรี จะจบลงใช้เวลานานเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้มีการเตรียมการไว้ ก็มีเวลาอยู่อีก 1-2 เดือน ที่กระบวนการทางการเมืองจะคลี่คลายลง
ทั้งนี้ สำหรับภาคเอกชน สิ่งสำคัญที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลคือเรื่องการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้อย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอกชนให้กำลังใจกับภาครัฐ และพร้อมจะรอการให้คำตอบการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่มุ่งหวังคือการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเพียงพอที่จะขับเคลื่อนนโยบาย และมีการจัดขบวนทัพที่มีเอกภาพในการจัดการปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังอ่อนตัวลงเรื่อยๆ และน่าจะมีปัญหาช่วงปลายปี 2566
ต้องดันท่องเที่ยวอุด Q4 หวั่นซึม
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่เตรียมการรับมือเรื่องเศรษฐกิจ เนื่องจากมองไปข้างหน้าจะมีปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยอยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4/2566 ให้เต็มที่ ซึ่งเรื่องที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจได้คือเรื่องการท่องเที่ยว อยากให้คิดว่าจะพลิกเกมอย่างไร ที่จะทำให้ภาคท่องเที่ยวเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีปัญหาเรื่องวีซ่า ก็มีตัวอย่างหลากหลายในต่างประเทศ เช่น แคนาดา หากติดปัญหาทำวีซ่าไม่ทันก็ให้ใช้วีซ่าของสหรัฐฯ เพื่อเดินเข้าประเทศได้
ซึ่งประเทศไทยก็มีเพื่อนบ้านอยู่หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีระบบวีซ่าที่มีมาตรฐานเดียวกับไทย โดยสามารถที่จะขอว่าบุคคลใดที่มีวีซ่าประเทศเหล่านี้ สามารถเข้าไทยได้เลย รวมถึงการลดหย่อนเรื่องการเก็บค่าวีซ่าต่างๆ ออกไป ทั้งหมดจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่และเข้ามาสวมในจังหวะที่มีปัญหา โดยที่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องลงทุน สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งด้วยตัวเอง เข้ามาชดเชยการส่งออกที่ลดลง
“หวังว่าตัวดอกเบี้ยจะขึ้นไม่มาก และเงินบาทจะอ่อนลงนิดหน่อย จะทำให้สถานการณ์โดยรวมได้รับการกระตุ้นและเศรษฐกิจพาดผ่านช่วงที่รัฐบาลยังไม่เข้ามาเต็มที่ เมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2566 ผ่านภาคท่องเที่ยวแล้ว เมื่อไตรมาส 1/2567 มีงบประมาณใหม่ออกมาจะมีเงินบางส่วนที่เหลือสามารถนำมาใช้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกพอสมควร ซึ่งจะเป็นไม้ 1 ไม้ 2 ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยผ่านปัญหาช่วงนั้นไปได้”นายกอบศักดิ์ กล่าว
ขอการเมืองไม่ระอุหนักหวั่นประท้วงแรง
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ หวังว่าปัญหาการเมืองจะไม่นำไปสู่การประท้วง โดยภาคเอกชนจะติดตามอย่างใกล้ชิด ก็หวังว่าการแสดงออกทางการเมืองจะไม่นำไปสู่จุดนั้น แต่คาดว่าจะมีการคัดเลือกตัวจัดตั้งรัฐบาลในระยะเวลาถัดไป และก็หวังให้รัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนที่มีกระบวนการตามกฎหมายว่าจะใช้เวลาตามขั้นตอนอย่างไรจึงจะแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ สำหรับที่ภาคเอกชนยังรอการอนุมัติมาตรการต่างๆ เช่น การลดค่าไฟฟ้า ขณะนี้การทำงานในรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัดในเรื่องการทำนโยบายใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงบุคลากรภาครัฐ แต่บางส่วนถ้าเป็นงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติไว้แล้วสามารถดำเนินการและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ และหลายๆ หน่วยงานก็มีงบประมาณขององค์กรที่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน

