นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เรนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้การขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีพ.ศ.2559 อาจจะอยู่ที่ประมาณ 3.2% ซึ่งกระทรวงการคลังปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3.1% เพราะหลายอย่างที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในไตรมาสที่ 4 และรายได้จากการท่องเที่ยวที่ในปีพ.ศ.2559 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 30 ล้านคนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำหรับในปีหน้านั้นกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจจะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 3.4% แต่ก็อาจจะมากกว่านี้ถ้าโครงการต่างๆ ของรัฐบาลสามารถเริ่มได้ตามที่วางแผนไว้ งบประมาณต่างๆ มีการเบิกจ่ายกันได้ต่อเนื่องกว่าที่เป็นมารวมทั้งภาคเอกชนที่อาจจะขยับออกมาลงทุนกันมากขึ้นจากที่ชะลอไปในปีพ.ศ.2559 แต่หลักๆ แล้วต้องให้รัฐบาลเป็นตัวขับเคลื่อนหลักภาคเอกชนจึงจะเดินหน้าตาม การท่องเที่ยวยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศไทยและคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังคงมากขึ้นต่อเนื่องต่อไป การส่งออกยังคงต้องพึ่งพาตลาดในเอเชียต่อไปเพราะยุโรปและสหรัฐอเมริกาอาจจะยังไม่นำเข้ามากขึ้น อีกทั้งต้องรอดูนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐด้วยว่าความเข้มข้นในการนำเข้านั้นมากน้อยแค่ไหน
“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีพ.ศ.2560 คาดว่าจะมีการขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงปีพ.ศ.2559 แม้ว่าช่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 ผู้ประกอบการจะหยุดกิจกรรมทางการตลาดและชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ออกไปแต่ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมากลับมีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่เปิดขายกันถล่มทลายผิดจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้โดยรวมแล้วมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครในไตรมาสที่ 4 พ.ศ.2559 ประมาณ 17,000 ยูนิตมากที่สุดในรอบหลายไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2559 มีจำนวนรวมประมาณ 39,100 ยูนิตมากกว่าปีพ.ศ.2558 ประมาณ 13% จากที่คาดการณ์ว่าจะมีการขยายตัวลดลง 10% แม้จะมีผู้ประกอบการหลายรายเลื่อนเปิดขายโครงการใหม่ไปหลายโครงการแล้วก็ตาม แต่ในเรื่องของอัตราการขายก็ยังไม่มากเท่าไหร่มีแค่บางโครงการของผู้ประกอบการบางรายเท่านั้นที่มีอัตรากรขายสูงในช่วงที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมที่เปิดขายส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร เพราะผู้ประกอบการยังคงไม่มั่นใจในตลาดเท่าที่ควรจึงเลือกเปิดขายโครงการที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปเพราะอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการขายโครงการที่เปิดในไตรมาสที่ 4 พ.ศ.2559” นายสุรเชษฐกล่าว
นายสุรเชษฐ กล่าวว่า บ้านจัดสรรจะยังคงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการใช้เป็นฐานรายได้ที่น่าเชื่อถือส่วนคอนโดมิเนียมจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศแบบที่ผ่านมาในช่วง 1-2 ปีเช่นเดิม โดยในปีหน้าทาวน์เฮาส์ที่ราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาทจะยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไปก็เป็นกลุ่มที่ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกันในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ส่วนบ้านจัดสรรที่มีราคาขายต่ำกว่านี้จะอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานครมากขึ้นในอนาคต
ตลาดที่อยู่อาศัยในปีพ.ศ.2560 จะยังคงมีการขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับปีนี้ คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่อาจจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 ยูนิต บ้านจัดสรรก็ยังคงมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่ใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งปัจจัยหลักที่น่าจะมีผลต่อการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยคือภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทยที่ภาวะหนี้ครัวเรือนอาจจะลดลงจากเรื่องรถยนต์คันแรกแต่ก็ยังต้องดูเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วยทั้งการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจระยะยาวยิ่งถ้าหลายๆ โครงการของรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่วางแผนหรือประกาศมาก่อนหน้านี้ก็อาจมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของคนไทยในปีหน้าได้

