นักธุรกิจเปรย เสียดายนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ จับตา “สุราก้าวหน้า” ได้ไปต่อไหม
นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยว่า จากที่ได้พูดคุยกันกลุ่มนักธุรกิจครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย และกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานบริการกลางคืน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มบริการด้านท่องเที่ยว สะท้อนในเรื่องเดียวกันว่า ค่อนข้างจะกังวลผลกระทบต่อการค้าและการตัดสินใจทางด้านธุรกิจหรือแผนงานที่ได้จัดเตรียมไว้ หากการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรเป็น และผลกระทบจากกองชียร์นายพิธา จะนัดชุมนุมและลงถนนหรือไม่ หรือนานแค่ไหน จนกว่าจะเลือกนายกฯหรือตั้งรัฐบาลใหม่จนเสร็จหรือไม่ ต้องยอมรับว่าเดายาก ธุรกิจทุกราย ตอนนี้กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ต้องรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรในช่วงนี้
นายธนากร กล่าวต่อว่า นักธุรกิจเป็นห่วงไม่แค่สถานการณ์ยืดเยื้อล่าช้าในการเลือกนายกฯ และตั้งรัฐบาลใหม่เท่านั้น ที่จะกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจ แต่มองถึงนโยบายของรัฐบาลใหม่ด้วย ที่ผ่านมานักธุรกิจมองว่าหลายนโยบายของพรรคก้าวไกล ท้าทายและทำได้จริงก็เป็นประโยชน์ อย่างลดทอนอำนาจเหนือตลาดของนายทุนใหญ่ หรือ สุราก้าวหน้า จะมีการผลักดันแค่ไหน ต้องยอมรับว่าเพียงนายพิธา ยกขึ้นโชว์หรือกล่าวถึงสุราชุมชนหลายยี่ห้อ ที่เดิมผลิตก็ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็มียอดขายดีจนผลิตไม่ทัน ซึ่งตอนนี้เริ่มแผ่วลง ผนวกกับหน่วยงานรัฐ ที่ก่อนหน้านี้รับเรื่องภาคเอกชนในการปรับปรุงและทบทวนระเบียบหรือกฎหมายก็เงียบไปด้วย หากไม่ใช่พรรคก้าวไกลหลายเรื่องอาจไม่ก้าวหน้าหรือหยิบยกมากล่าวถึงอีกเลย เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ” นายธนากร กล่าว
” ส่วนตัวก็ยังอยากให้การเลือกนายกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลใหม่ เป็นไปตามระบอกประชาธิปัย ยอมรับเสียงข้างมากที่เขาชนะการเลือกตั้งมา และส่วนตัวมองว่า การเสนอชื่อนายพิธา กลับมาโหวตรอบสอง หรือ เสียงโหวตจะเพิ่มได้มากจนนั่งนายกรัฐมนตรี ค่อนข้างยากมาก ” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวถึงบรรยากาศค้าขายในขณะนี้ว่า สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ค่อยดีนัก และรายได้ส่วนใหญ่จะทรงตัว สถานการณ์แบบนี้น่าจะต่อเนื่องไป 1-2 เดือน จากหลายปัจจัย คือ เข้าหน้าฝนในหลายพื้นที่ เข้าเทศกาลพรรษาการสังสรรค์จะลดลง จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้เข้ามามากอย่างที่คาดการณ์ไว้ ด้วยทุกประเทศก็แข่งขันดึงนักท่องเที่ยวเช่นกัน น่าห่วงมากตอนนี้คือหลายประเทศในยุโรป เช่น กรีซ ไม่ต้องใช้วีซ่า ประเทศใกล้ไทย เช่น เวียดนาม ลาว ก็เช่นกัน ทำให้นักท่องเที่ยวโลกมีทางเลือกมากขึ้น หากบรรยากาศภายในประเทศไทยเจอเรื่องม็อบ จนภาพออกไปสู่สายตาต่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่มองว่าจะกลับมาในไตรมาส4 ปีนี้อาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ แม้ส่วนตัวมองว่าชุมนุมลงถนนก็ไม่น่าจะรุนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นถึงขั้นเผาหรือทำลายทรัพย์สิน แต่เมื่อมีภาพชุมนุมออกไปก็จะเกิดการลังเลของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เตรียมมาไทยได้ง่ายขึ้น
นายธนากร กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจับมือหาข้อสรุปเพื่อเสนอรัฐบาลใหม่ ในการปลดล็อกและผลักดันการทำธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น ขยายเวลาปิดสถานที่จำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ถึง 03.00- 04.00น. หรือ ปลดล็อกให้ขายและดื่มแอลกอฮอล์ที่เคยห้ามไว้ในเวลา 14.00-17.00 น. นั้น ยังมีการประชุมต่อเนื่องและจะเสนอทันทีที่ได้รัฐบาลใหม่

