บมจ.พริมา มารีน เปิดแผนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เน้นธุรกิจเรือขนส่งปิโตรเคมี เรือกลุ่ม Offshore Support หลังดีมานด์เติบโต เล็งซื้อเรือเพิ่มอีก 1-2 ลำ มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% ตามเป้าหมาย
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (PRM) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ยังคงเน้นการขยายตัวใน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือเรือขนส่งปิโตรเคมี เพราะยังมีมุมมองในเรื่องความต้องการใช้เรือขนส่งปิโตรเคมี จะยังไม่ถูก Disruption จากการเข้ามาของรถ EV และการขนส่งปิโตรเคมียังมีแนวโน้มที่ดีจากการขยายกำลังการผลิตของกลุ่มโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในครึ่งปีหลังบริษัทมองแผนการลงทุนซื้อเรือขนส่งปิโตรเคมีเพิ่มเติม อีกอย่างน้อย 1-2 ลำ
อีกธุรกิจหลักคือ เรือกลุ่ม Offshore Support เพราะยังมีมุมมองเรื่องความต้องการใช้เรือในกลุ่มนี้ยังมีอีกมาก เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของผู้ได้รับสัมปทานการสำรวจและผลิตน้ำมันในอ่าวไทย โดยนอกเหนือจากเรือ Crew Boat จำนวน 2 ลำที่บริษัทได้สั่งต่อไปแล้ว บริษัทฯยังมองถึงความเป็นไปได้ในการลงทุนเรือในกลุ่มนี้เพิ่มเติม
“มุมมองธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากครึ่งปีแรก โดยในปีนี้ การเติบโตคือการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนเมื่อปี 2564-2565 จากการที่เรือ VLCC เริ่มเข้างานในปี 2565 จะทำงานเต็มปี เรือขนส่งน้ำมันในประเทศจะมีโอกาสขยายตัวเมื่อเทียบกับปี 2564-2565 จากการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นภายหลังการเปิดประเทศ การได้รับสัญญาใหม่ของเรือ Accommodation Work Barge (AWB) การที่เรือขนส่งปิโตรเคมีขนาด 11,000 DWT ที่ซื้อเพิ่มเติมในไตรมาส 1/2566 จะเข้างานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป”
ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี PRM กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2566 คาดว่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างชัดเจน เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ มีเรือ VLCC ทำงานเพียง 2 ลำ โดย 1 ลำทำงาน 4 เดือน อีก 1 ลำ ทำงานแค่ 1 เดือน แต่ในครึ่งปีแรกของปีนี้ เรือ VLCC ทั้ง 3 ลำทำงานเต็ม 100% ขณะที่ธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ มีการขยายตัวมากขึ้นจากการเปิดประเทศและการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน ภายหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ส่วนธุรกิจเรือ Offshore Support ที่เรือ Crew Boat ในกลุ่มนี้มีสัญญาครบทุกลำ ในขณะที่ปีก่อนกลุ่มเรือ Crew Boat ได้สัญญาระยะยาวในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา จากปัจจัยข้างต้นทำให้บริษัทฯ ยังคงมั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนตามเป้าหมาย

