โวย ‘เฟซบุ๊ก’ ปล่อยมิจฉาชีพหลอกลงทุน อ้างเป็นเจ้าสัวคนดังถึง 45 ราย ฮึ่ม! ฟ้องคุก 5 ปี ฐานละเลย 18 มงกุฎลวงปชช.  

17.07.23 | 16:28 น.

กูรูนักวิเคราะห์หุ้นคนดัง วอนเฟซบุ๊ก กลั่นกรองให้ดีก่อนปล่อยโฆษณาชักชวนประชาชนลงทุน เพราะโดนมิจฉาชีพสวมรอยให้โอนเงินลงทุนอย่างคึกโครม เสียหายแพร่หลายทุกวัน เฉพาะวันนี้แค่วันเดียวแอบอ้างเป็นเจ้าสัวคนดังบริษัทมหาชน 45 ราย สภาองค์กรผู้บริโภคจ่อดำเนินคดี Facebook คุก 5 ปี ฐานปล่อยปละละเลยให้ 18 มงกุฎใช้เป็นช่องทางลวงประชาชน

ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหามิจฉาชีพแอบอ้างเป็นบุคคล หน่วยงานที่มีชื่อเสียงโฆษณาผ่าน Facebook ชักชวนให้ประชาชนโอนเงินลงทุนหุ้น คริปโท ทองคำ ยังเป็นไปอย่างแพร่หลาย แม้ได้พยายามตักเตือนแล้ว ทำให้มีประชาชนและผู้ลงทุนเสียหายในวงกว้าง จึงต้องการเรียกร้องให้มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุก 5 ปี และหาก Facebook ที่รับเงินค่าโฆษณาปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจด้วย ก็อาจมีโทษทางกฎหมายเท่ากัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวเตือนมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ หลังจากมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงินจำนวน 6 ล้านบาท แต่คล้อยหลังเพียงไม่กี่วัน ก็มีผู้เสียหายอีก 5 ล้านบาท และมีมาทุกวัน วันหละหลักหมื่นไปถึงหลักล้านบาท แม้ได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจแถลงข่าวป้องปรามแล้ว เช่นเดียวกับบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ส่งผู้บริหารระดับสูงไปร่วมแถลงข่าวป้องปรามกับตำรวจไซเบอร์ และให้รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท แต่ก็ยังมีการโฆษณาหลอกลวงโดยอ้างชื่อและรูปของผู้บริหารอมตะทาง Facebook และมีผู้หลงเชื่อเสียหายทุกวัน

เฉพาะวันนี้ (17 ก.ค.) วันเดียวมีโฆษณาแอบอ้างเป็นบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ในแวดวงเศรษฐกิจจำนวน 45 รายการโฆษณา รวมไปถึงส่งทางกล่องข้อความ นอกจากตนแล้วก็มีบุคคลต่างๆ เช่น นายวิกรม กรมดิษฐ์ นายธนินท์ เจียรวนนท์ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร รวมทั้งแอบอ้างเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทมหาชนต่างๆ เช่น ปตท. CPALL AMATA OR TOP BANPU DBS ห้างทองออโรร่า ห้างทองออสสิริส เป็นต้น โดยรายการโฆษณาทั้งหมดผ่าน Fcebook มีประชาชนคลิกเข้าชมและขอรายละเอียดจำนวนมาก และนำไปสู่การหลอกลวงให้โอนเงินลงทุนและฉ้อโกงเงินไปมหาศาล

ทั้งนี้ เวลานี้ตลาดหุ้นไทยก็ตกต่ำ นักลงทุนเสียหายเป็นวงกว้างจากหุ้นหลายๆ ตัว รวมทั้งการทุจริตฉ้อโกงกรณีหุ้น STARK มากพออยู่แล้ว ยังมีการหลอกลวงของบรรดามิจฉาชีพอีกอย่างแพร่หลาย ไม่เคยมีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเลยสักรายไปถึงคุก ส่วน Facebook ก็ไม่แน่ใจว่ามีการกลั่นกรองเพียงใดก่อนจะปล่อยให้มีการโฆษณาหลอกลวงประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด เพราะลำพังการตักเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อนั้นพบว่าไม่เพียงพอต่อการหยุดยั้งอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ และ Facebook หรือสื่อโซเชียลมีเดียเองก็ต้องกลั่นกรองให้ดี ไม่ควรเห็นแก่รายได้จากเงินค่าโฆษณาเพียงอย่างเดียว เพราะเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

Advertisement

“ขนาดผมไปแถลงข่าวกับตำรวจเตือนแล้ว ลงประชาสัมพันธ์เตือนแล้ว ก็ยังมีเหยื่อหลงเชื่อโดนหลอกลวงเสียหายทุกวัน ที่สำคัญคนพวกนี้ก็เข้าใจผิดว่าผมไปหลอกลวงให้เขาโอนเงินลงทุนแล้วโกงเขาด้วย ทางผู้โดนแอบอ้างทุกท่านก็เจอผลกระทบแบบเดียวกัน ได้ช่วยกันเตือนแล้ว ไปแถลงข่าวกับตำรวจเตือนแล้วก็แล้ว แต่ยังหลอกลวงกันต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทาง Facebook จึงต้องกลั่นกรองดีๆ เลิกรับเงินโฆษณาลงโฆษณาให้มิจฉาชีพได้แล้ว ทางตำรวจก็ต้องจับมิจฉาชีพพวกนี้จำคุกให้เข็ดหลาบเป็นตัวอย่างได้แล้ว จึงจะตัดวงจรการหลอกลวงลงได้” ดร.ณัฐวุฒิกล่าว

ทางด้านนายโสภณ หนูรัตน์ สภาองค์กรผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับทาง Facebook แล้ว ให้จัดการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพแฝงตัวมาโฆษณาแอบอ้างเป็นผู้อื่นหลอกลวงการลงทุน แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา นอกจากจะให้ผู้ใช้ Facebook กดแจ้งรายงาน หรือ report จากนั้นทาง Facebook ก็จะยกเลิกการมองเห็นโฆษณาเหล่านี้เฉพาะของผู้กดรายงานเท่านั้น โดยที่ประชาชนทั่วไปก็ยังสามารถเห็นโฆษณาตามปกติ ไม่มีการลบ หรือยกเลิกโฆษณาแต่อย่างใด ดังนั้นทางสภาองค์กรผู้บริโภค จึงจะดำเนินคดีทางกฎหมายต่อ Facebook เพื่อให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดกระทำผิดโดยทุจริตหรือหลอกลวง บิดเบือนหรือปลอมข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยน่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 15 กำหนดว่า ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตนต้องระวางโทษเช่นเดียวกันกับผู้กระทำผิดมาตรา 14 http://sql.ldd.go.th/intraaccount/Information_Law/File/Law-10.pdf

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Facebook Thailand กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องนี้ ได้ใช้ระบบกลั่นกรองการโฆษณาที่ขัดมาตรฐานของ Facebook อยู่ แต่เนื่องจากมิจฉาชีพได้ใช้รูปใบหน้าบุคคลประกอบการโฆษณา ทำให้ผ่านระบบกลั่นกรองมาได้ ตอนนี้ Facebook Thailand กำลังใช้มาตรการเชิงรุกแบบ pro action ในการพยายามหยุดยั้งการโฆษณาหลอกลวงให้โอนเงินลงทุนอยู่ รวมทั้งมาตรการอื่นๆ