การเมืองวุ่น นักลงทุนชะลอซื้อที่ดิน ธุรกิจขายทิ้ง “โกดังข้าว” พร้อมท่าเรือ 2.4 พันล้าน
วันที่ 17 กรกฎาคม นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลจากการเมืองไม่นิ่ง ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้นักลงทุนไทยและต่างชาติชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดินพัฒนาโครงการ โดยรอดูสถานการณ์จนกว่าจะมีความชัดเจน มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ทำให้การซื้อขายที่ดินในช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยคึกคักมากนักโดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่และราคาสูง โดยเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง เช่น ที่ดินแปลงใหญ่จ.ภูเก็ต 1,200 ไร่ มูลค่า 1,200 ล้านบาท ยังไม่มีการซื้อขาย เป็นต้น
นายณัฏฐากล่าวว่า อย่างไรก็ตามแต่มีบางจังหวัดที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ตที่ยังมีการซื้อขายคึกคัก เช่น ย่านเชิงทะเลซึ่งที่ดินเริ่มเหลือน้อย หลังนักลงทุนเข้าไปซื้อแปลงสวยๆเก็บไว้ในมือหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นทุนท้องถิ่น ขณะที่ราคาปรับขึ้นสูงในรอบ 2 ปี จากช่วงก่อนโควิดอยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 15 ล้านบาทต่อไร่
“ส่วนตลาดพูลวิลล่าก็เริ่มชะลอตัวแล้วจากช่วงปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 ที่บุมมากมีการซื้อขายคึกคัก ต้องรอดูดีมานด์ในไตรมาส4 ที่เป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว จะมีต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก ทั้งรัสเซียและจีนที่เป็นลูกค้าหลัก ส่วนกลุ่มตะวันออกกลางส่วนใหญ่จะมาเที่ยว ปัจจุบันซัพพลายใหม่ในตลาดที่กำลังก่อสร้างมีเพิ่มจากปีก่อนประมาณ 25 โครงการ จำนวน 328 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 20-40 ล้านบาทต่อยูนิต หลังซัพพลายเก่าขายเกือบหมดแล้ว ขณะที่คอนโดมิเนียมภูเก็ตสต็อกยังเหลือขาย 20% ขณะเดียวกันมีของใหม่เข้ามาเพิ่ม ซึ่งเป็นการทุนจากกรุงเทพ เช่น ออริจิ้น” นายณัฏฐากล่าว
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เจ้าของที่ดินยังคงนำที่ดินมาขายต่อเนื่อง ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด แต่การซื้อขายที่ดินดีลใหญ่ๆยังไม่มี เนื่องจากนักลงทุนชะลอดูความชัดเจนทางการเมือง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจไม่ดีด้วย
นายภัทรชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีรอปิดดีลอยู่ร่วม 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะชะลอออกไปจนกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามจากที่เก็บข้อมูลล่าสุดไตรมาส 2 มีการซื้อขายที่ดิน สำนักงาน คอนโดมิเนียม มีมูลค่ารวม 15,460 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนลดลง 32% โดยพื้นที่มีการซื้อขายอยู่กรุงเทพฯ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต เป็นต้น
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันด้วยภาวะเศรษฐกิจ การเมืองไม่นิ่ง ทำให้นักลงทุนไทยและต่างชาติชะลอการซื้อที่ดิน ซึ่งบริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขายที่ดินหลายแปลงในทำเลมีศักยภาพ แต่ด้วยที่ดินแปลงใหญ่และราคาค่อนข้างสูงทำให้ขายยาก
เช่น ที่ดินพร้อมโรงงานและโกดัง ถนนแจ้งวัฒนะ เนื้อที่กว่า 12 ไร่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ราคา 199,000 บาทต่อตารางวา(ตร.ว.) รวมราคา 980 ล้านบาท, ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (เมอร์รี่คิงส์เดิม) ถนนวงเวียนใหญ่ เนื้อที่กว่า 1 ไร่ เป็นอาคารสูง 7 ชั้น พื้นที่รวม 20,371 ตร.ม. ราคา 550 ล้านบาท
ล่าสุดมีที่ดินริมแม่น้ำถนนราษฎร์บูรณะ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้(เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นโกดังเก็บข้าวเก่า พร้อมท่าเรือส่วนตัว มีเนื้อที่กว่า 27 ไร่ ตั้งราคาขายกว่า 2,421 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 220,000 บาทต่อตร.ว. ซึ่งที่ดินเหมาะที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

