‘แอตต้า’ ยกการเมือง เป็นปัจจัยน่าห่วงมากสุด จี้ตั้งรัฐบาลโดยเร็ว หวั่นไทยเสียโอกาส
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ภาพความไม่แน่นอนของปัจจัยการเมืองยังคงอยู่ สะท้อนจากภาพการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจากส.ว. ซึ่งภาพก็ออกมาไม่ได้แตกต่างจากที่ประเมินกันไว้มากนัก โดยยังเหลือการโหวตเลือกนายกอีก 2 ครั้ง ซึ่งมองว่าโอกาสที่จะเป็นนายพิธา น่าจะน้อยแล้ว ส่วนจะสลับเป็นพรรคเพื่อไทยขึ้นมาหรือไม่ยังต้องติดตามต่อไป เพราะพูดยาก ทำให้ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ ถือเป็นปัจจัยน่าเป็นห่วงมากที่สุด ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว เพราะปัจจัยในด้านอื่นๆ อยู่ระหว่างกำลังฟื้นตัวแล้ว อาทิ ความต้องการ (ดีมานด์) กำลังซื้อ ที่เริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ในฐานะเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยืนยันว่าต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุด เพราะหากรัฐบาลจัดตั้งล่าช้า การขับเคลื่อนก็จะช้าตามไปด้วย โดยเราอยากเห็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงมีเรื่องจำเป็นที่ต้องเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมด้วย เพราะแม้ขณะนี้ยังมีรัฐบาลรักษาการ แต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่ได้อยากทำอะไรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงอยากให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามา เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนประเทศต่อไป
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ผลกระทบของการจัดตั้งรัฐบาล แน่นอนว่าจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในหลายๆ ด้าน ทำให้ทุกอย่างล่าช้าแทนที่จะออกมาให้รวดเร็วมากที่สุด โดยในแง่ของงบประมาณประจำปี 2567 ที่จะออกมาล่าช้านั้น มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบมากมายนัก แต่สำคัญในตอนนี้คือ จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาใเฉพาะหน้าที่มีอยู่ก่อน เพราะภาคการท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง จึงอยากให้มีรัฐบาลเข้ามาจัดตั้งท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ และมีการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการจัดตั้งไว้เฉยๆ ในนามเท่านั้น เป็นการช่วยกันประสานงานเพื่อขับเคลื่อนผ่านทั้งภาคเอกชน ภาครัฐจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่างๆ และคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีด้วย อาทิ ปัญหาแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ที่มองว่าแก้ไขได้หากเอาจริงมากเท่าที่ควร
“ความกังวลการเมืองนอกสภา การลงถนนชุมนุมต่างๆ นั้น ต้องยอมรับว่าก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ เพราะหากเป็นการจัดชุมนุมแบบเล็กน้อยตามความเป็นประชาธิปไตย ส่วนนี้ไม่เป็นไร แต่หากเกิดในลักษณะม็อบชนม็อบเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น เราภาวนาว่าไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้นเกิดขึ้นอีก เพราะหากเป็นการเดินขบวนแล้วนำไปสู่ภาพม็อบชนม็อบอีกครั้ง อันนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีของประเทศไทย” นายศิษฎิวัชร กล่าว

