กบน. ดึงเงินกองทุนน้ำมันตรึงราคาดีเซลที่ 32 บาท/ลิตร พร้อมเตรียมชง รบ.ใหม่อุ้มภาษีฯ ต่อ
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อลิตร ภายหลังจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 โดยแนวทางการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซลดังกล่าว จะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาหนึ่งตามสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะดำเนินการได้
“การรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว และจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะพิจารณาบริบทของปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบในการบริหารเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากราคาน้ำมันดิบโลกเกิน 110-125 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คงต้องมีการทบทวนราคาอีกครั้ง เนื่องจากกองทุนฯ อาจแบกรับราคา 32 บาทต่อลิตร ไม่ไหว โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกองทุนฯ จะเตรียมพร้อมเรื่องสภาพคล่อง เพื่อรองรับความผันผวนต่อไป” นายวิศักดิ์ กล่าว
นายวิศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ว่าฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงติดลบ แต่สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นหลังจากได้เงินกู้ยืมเข้ามาเติมในระบบ ซึ่งขณะนี้ กองทุนชำระหนี้ให้ผู้ค้ามาตรา 7 ไปแล้วประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ที่ใช้เงินอุดหนุนราคาดีเซลไปก่อนหน้านี้ ทำให้เหลือเงินกู้อีกประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้อุดหนุนราคาน้ำมันได้จากเงินกู้ที่บรรจุเป็นหนี้สาธารณะแล้ว 1.1 แสนล้านบาท ดังนั้น ยังเหลือวงเงินกู้ที่ยังไม่บรรจุเป็นหนี้สาธารณะอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท จากกรอบวงเงินกู้ทั้งสิ้น 1.5 แสนล้านบาท
นายวิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังสามารถเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ โดยแบ่งเป็น แก๊สโซฮอล 95 ปัจจุบันเก็บเงินเข้ากองทุน 2.80 บาทต่อลิตร เบนซินพรีเมียม ปัจจุบันเก็บเงินเข้ากองทุน 9.38 บาทต่อลิตร และก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ปัจจุบันเก็บเงินเข้ากองทุน 0.67 บาทต่อกิโลกรัม รวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน สำหรับค่าการตลาดของน้ำมันเบนซินพรีเมียม ปัจจุบันอยู่ที่ 3.53 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล 95 ปัจจุบันอยู่ที่ 3.65 บาทต่อลิตร และแอลพีจี ปัจจุบันอยู่ที่ 3.26 บาทต่อกิโลกรัม
นายวิศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการต่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร หากมีรัฐบาลใหม่ กองทุนฯ จะมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลยังอยู่ในช่วงวิกฤตเกิน 30 บาทต่อลิตร และกองทุนฯ ยังติดลบ รวมถึงต้องแบกรับดอกเบี้ย 2% ต่อปี จึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง


