“ยูโอบี”เผยกลยุทธ์ลงทุนเสริมความแกร่งให้ลูกค้า พร้อมรับมือเศรษฐกิจผันผวน
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายเอ็นริโก้ ทานูวิดฮาฮา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economic and Market Research ธนาคารยูโอบี เปิดเผยถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งภายหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไม่น้อยกว่า 3.1% ในปีนี้ อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะขยับขึ้นไปสูงถึง 3.5% ในปี 2567 นอกจากนี้ ผลพวงจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกจะช่วยให้ประเทศไทยคงสถานภาพดุลการค้าเกินดุล โดยธนาคารเชื่อมั่นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี มีสถานะทางการคลัง และนโยบายการเงินที่มั่นคง
ขณะเดียวกัน คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยเฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 2.7% เมื่อเทียบ 6% ในปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำลงนี้จึงส่งผลกระทบเชิงลบน้อยลงต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินอยู่ที่ 1-3% ธนาคารประเมินว่าในปีหน้าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะลดลงไปอยู่ที่2.2 จากระบบห่วงโซ่อุปทานโลกที่เข้าสู่ภาวะฟื้นตัว ทั้งนี้ ประเมินว่า ธปท.จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง ซึ่งธปท.เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะนี้คงระดับอยู่ที่ 2.00% ต่อปี มีผลเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566
“ถึงแม้ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย และปัญหาหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังคงสามารถมองหาโอกาสในการพัฒนาจากภาคการส่งออกอาหารที่มีความเข้มแข็ง การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และอี–คอมเมิร์ซ์”นายเอ็นริโก้ กล่าว
แนะสร้างพอร์ตรับมือความผันผวน
นายเอเบล ลิม Head of Wealth Management Advisory and Strategy ธนาคารยูโอบี กล่าวเน้นความสำคัญในการถือพอร์ตลงทุนที่มีความหลากหลายที่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ทางการเงินในระยะยาวของนักลงทุน ว่า ช่วงครึ่งปีแรก นักลงทุนได้รับผลกำไรตามคาดหมายควบคู่ไปกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหลายอย่าง เช่น การล่มสลายของธนาคารระดับภูมิภาคถึง 3 แห่งทั้งในและนอกประเทศสหรัฐ ที่ก่อให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในวงการธนาคารประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจในตลาดที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) เริ่มเข้าสู่สภาวะชะลอตัว และอาจทำให้สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลังนี้เกิดความผันผวนอย่างต่อเนื่อง จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนที่สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่เข้ากับวัตถุประสงค์ทางการเงินในระยะยาว
นายเอเบล กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับลูกค้าที่ควรลงทุนในตราสราหนี้ประเภท Investment Grade (IG) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่สูงขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อได้ขึ้นไปแตะจุดสุงสุด และการดำเนินนโยบายทางการเงินทั่วโลกแบบรัดกุมกำลังเข้าสู่จุดสิ้นสุด โดยการลงทุนในตราสารหนี้ที่ถือครองแบบระยะยาวจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และโอกาสในการซื้อตราสารหนี้ที่น่าสนใจเหล่านี้อาจหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้ อีกทั้งการลงทุนในตราสารหนี้มักจะให้ผลตอบแทนสูง และกำไรจากส่วนต่าง (Capital Gain) ดีกว่าการลงทุนในหุ้น ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย
ขณะเดียวกัน ในส่วนของ Top Ideas สำหรับลูกค้าที่ต้องการจะลงทุนในหุ้น แนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกลุ่มการดูแลสุขภาพทั่วโลก (Global Healthcare) เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการรองรับสังคมผู้สูงอายุและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และหุ้นในเอเชียแปซิฟิกที่ไม่รวมญี่ปุ่น อาเซียน และ จีน (Asia-ex Japan/ASEAN/China) แม้จะยังเจอแรงปะทะในระยะสั้นจากการที่เศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และมูลค่าการส่งออกทั่วภูมิภาคเอเชียปรับตัวลดลง แต่ในมุมมองระยะกลาง เป็นไปในเชิงบวก จากการบริโภคในภูมิภาคที่ยังแข็งแรง อีกทั้งระดับมูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ
พัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง
นายกิดอน เจอโรม เคสเซล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบีในการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการให้บริการเฉพาะบุคคล กล่าวว่า ธนาคารยูโอบีมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและเทคโนโลยี ที่พร้อมให้บริการแนะนำการลงทุนแบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธนาคารจะมีการเปิดตัว PAT (Portfolio Advisory Tool) ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบและบริหารพอร์ตลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ธนาคารยูโอบีพร้อมให้คำปรึกษากลยุทธ์การลงทุนในกองทุนรวมในประเทศ และกองทุนรวมต่างประเทศ รวมถึงมอบบริการเฉพาะบุคคลที่คำนึงถึงเป้าหมายในการลงทุนของลูกค้าแต่ละราย ร่วมกับสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ตลาด และความต้องการในทุกช่วงของชีวิต”นายกิดอน กล่าว
ทั้งนี้ นักลงทุนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ และกระจายพอร์ตการลงทุนให้หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของธนาคารยูโอบี และผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์นอกประเทศไทยธนาคารสามารถมอบคำแนะนำด้วยความใส่ใจในทุกเรื่องที่สำคัญสำหรับนักลงทุน ก่อนการตัดสินใจลงทุนใดๆ นักลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าพวกเขามีเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนและได้พิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

