นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านบริหาร เปิดเผยว่า กยท.ได้จัดโครงการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเงินหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางผู้รับการสงเคราะห์ที่กู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพเสริม และหารายได้เสริมนอกเหนือจากการทำสวนยาง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ในปี 2560 ให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 2% ต่อปี เป็น 1% ต่อปี ให้แก่ผู้กู้ยืมเงินหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างการชำระเงินงวดปกติตามอายุสัญญาเงินกู้ (ผู้กู้ชั้นดี) ประมาณ 1,770 ราย เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2560 พร้อมทั้งหากผู้กู้รายใดสามารถชำระเงินปิดบัญชีก่อนระยะที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม พ.ศ.2560 เช่นกันนั้น กยท. จะยกเว้นการชำระดอกเบี้ยจากเกษตรกรผู้กู้
นายธีรวัฒน์ เดชทองคำ รองผู้ว่าการ กยท. ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ กล่าวว่า นอกจากนี้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) ยังได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง ตามมาตรา 49 (5) ของ พ.ร.บ.กยท. เพื่อเร่งให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2560 แก่เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนกับทาง กยท.อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 1.3 ล้านราย ครอบคลุมพื้นที่ 14.2 ล้านไร่ ซึ่งในร่างระเบียบดังกล่าวจะให้เงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกรณีสวนยางประสบภัย ในอัตรารายละไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนี้ยังจัดสรรสวัสดิการอื่นๆ แก่พี่น้องชาวสวนยาง อาทิ เงินให้แก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต และเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางอื่นๆ อาทิ ภัยแล้ง อัคคีภัย และภัยพิบัติ ไม่เกินรายละ 30,000 บาท/ราย อย่างไรก็ตาม ร่างระเบียบนี้จะเป็นการนำร่องประกาศใช้ และสามารถปรับเปลี่ยนการจัดสรรสวัสดิการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องตามสถานการณ์ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรตามกำหนดได้ในอนาคต
นายธีรวัฒน์กล่าวว่า จากสภาพการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบและสวนยางพารามีน้ำท่วมขัง เบื้องต้น กยท.ได้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมผู้นำเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานปกครองในจังหวัดมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรจากการเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ โดยผลการสำรวจ พบว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 60,338 ราย และมีพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมดประมาณ 531,876 ไร่ แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช 41,932 ราย มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 416,133 ไร่ จ.พัทลุง 17,331 ราย มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 105,944 ไร่ จ.ตรัง 700 ราย มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 7,250 ไร่ จ.สงขลา 353 ราย มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 2,396 ไร่ และ จ.นราธิวาส จำนวน 22 ราย มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 153 ไร่ อย่างไรก็ตามหลังจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของ กยท.เข้าไปประเมินความเสียหายของพื้นที่สวนยางที่ถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งให้คำแนะนำดูแลสวนยางที่ถูกน้ำท่วมขังเพื่อฟื้นฟูสวนยางอย่างถูกวิธีต่อไป

